
กรมราง งัดมาตรการด่วน คุมค่าตั๋วรถไฟ-สำรองอะไหล่ รับมือตะวันออกกลาง
กรมขนส่งทางราง ออกมาตรการด่วนรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สั่ง รฟท.-ผู้ประกอบการเดินรถสำรองน้ำมัน-อะไหล่ ล็อกต้นทุน หวั่นค่าโดยสารพุ่ง ชูระบบราง ทางเลือกวิกฤตพลังงานสะอาด
KEY
POINTS
- สั่งการให้ผู้ประกอบการสำรองอะไหล่ชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มขึ้น และส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากการนำเข้าที่อาจล่าช้า
- เตรียมแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยจัดซื้อล่วงหน้า และเร่งผลักดันกฎหมายกำหนดเพดานค่าโดยสาร เพื่อควบคุมราคาไม่ให้ผันผวนตามราคาน้ำมันโลก
- ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมัน HVO และจัดหารถจักร EV มาทดแทนรถจักรดีเซลเพื่อลดต้นทุนระยะยาว
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลโลกผันผวนนั้น ขณะนี้ยังไม่กระทบโดยตรงต่อการเดินรถไฟ โดย รฟท. ได้สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เพียงพอสำหรับการเดินรถ ทำให้การให้บริการในระยะสั้นยังเป็นไปตามปกติ
“หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อและส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก อาจกระทบต่อต้นทุนการเดินรถและการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในระยะถัดไปได้” นายพิเชฐ กล่าว
ทั้งนี้กรมฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน และกำชับให้ รฟท. เตรียมแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยประสานซื้อน้ำมันล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยกำหนดราคาต้นทุนไว้ได้ ทำให้ราคาค่าโดยสารไม่แกว่งตามราคาน้ำมันโลกในทันที และการให้บริการมีความต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันให้รฟท.ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์หัวรถจักรมาใช้น้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมัน Hydrotreated Vegetable Oil (HVO) ซึ่งเป็นน้ำมันดีเซลพาราฟินที่ปราศจากฟอสซิล สามารถใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลได้
นอกจากนี้ให้รฟท.เร่งจัดหารถจักร EV เพื่อนำมาใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า ทดแทนรถจักรดีเซล และบริหารจัดการเดินรถให้มีประสิทธิภาพ โดยลดการเดินรถเปล่า ควบคุมความเร็ว ลดการเร่งและเบรก
เพื่อลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
นายพิเชฐ กล่าวต่อวว่า ส่วนการนำเข้าอะไหล่หรือเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศอาจล่าช้าจากสถานการณ์เหล่านี้ กรมฯ ได้กำชับให้ผู้ประกอบการเดินรถสำรวจและพิจารณาสำรองอะไหล่และชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ให้ผู้ประกอบการเดินรถสนับสนุนให้ใช้อะไหล่และชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยในส่วนที่ทำได้ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ รวมถึงการปรับแผนการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันให้เข้มข้นขึ้น เพื่อยืดอายุการใช้งานอะไหล่เดิม โดยไม่กระทบความปลอดภัยและความถี่ในการเดินรถ
ขณะเดียวกันในปัจจุบันกรมฯอยู่ระหว่างเร่งผลักดันกฎหมายลำดับรองภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และค่าบริการที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและประเภทของการให้บริการ
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรมฯได้สนับสนุนระบบขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยเสนอมาตรการเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากการใช้เชื้อเพลิงตามปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงนั้น ๆ รวมถึงส่งเสริมการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับการปรับปรุงเทคโนโลยีประหยัดพลังงานในอนาคต
อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการขนส่งทางราง ได้ออกประกาศกำหนดมาตรการยกระดับความปลอดภัยระบบรางทั่วประเทศ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการโดยมีสาระสำคัญของมาตรการ ได้แก่ การเพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่ ทั้งสถานี เส้นทาง และศูนย์ซ่อมบำรุง
นอกจากนี้ยังเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และความถี่ในการตรวจตรา ตรวจสอบระบบกล้อง CCTV และระบบสื่อสารให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา พร้อมเตรียมแผนอพยพกรณีฉุกเฉิน





