thansettakij
thansettakij
สว.วราภัสร์ จี้รัฐออก พ.ร.ก. แก้กักตุนน้ำมัน ชี้วิกฤติเร่งด่วนห้ามช้า

สว.วราภัสร์ จี้รัฐออก พ.ร.ก. แก้กักตุนน้ำมัน ชี้วิกฤติเร่งด่วนห้ามช้า

17 มี.ค. 69 | 14:08 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 69 | 14:11 น.

สว.วราภัสร์ เผยวิกฤติพลังงานเกิดจากการกักตุนทำของขาดตลาด ย้ำน้ำมันไทยยังมีพอแต่ราคาพุ่งสูง จี้รัฐบาลรักษาการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ตรา พ.ร.ก. แก้ปัญหาฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยประชาชนและภาคอุตสาหกรรม

KEY

POINTS

  • สว.วราภัสร์ ชี้ว่าปัญหาน้ำมันขาดแคลนที่แท้จริงเกิดจากการกักตุนเพื่อโก่งราคา ไม่ใช่เพราะปริมาณน้ำมันนำเข้าไม่เพียงพอ
  • เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการใช้อำนาจออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อแก้ปัญหาการกักตุนน้ำมันอย่างเร่งด่วน
  • ระบุว่าวิกฤติพลังงานเป็นเรื่องฉุกเฉินที่กระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอแถลงนโยบาย

สืบเนื่องจากปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ทำให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง กระทบเป็นวงกว้าง ขาดแคลนน้ำมันเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนนั้น

ล่าสุด สว.วราภัสร์ หรือ ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา และประธาน คณะ กมธ.พัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มอาชีพ กลุ่มที่ 12 เห็นว่า ปัญหาขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิงกระทบต่ออุตสาหกรรม แต่การขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง สามารถทดแทนโดยพลังงานอื่นได้

หากพิจารณาถึงสถิติน้ำมันเชื้อเพลิงนำเข้าในประเทศ ยังถือว่ามีจำนวนมาก เพียงพอสำหรับพี่น้องประชาชนในการใช้สอย แต่ปัญหาหลักที่ประสบพบเจอ การกักตุนน้ำมัน ทำให้น้ำมันขาดตลาด ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง  หากไม่มีการกักตุนน้ำมัน จะไม่พบเห็นปรากฎการณ์ประชาชนต่อแถวในการซื้อน้ำมัน  ทำให้กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและอุตสาหกรรมของประเทศ

สว.วราภัสร์ หรือ ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา

เห็นได้จาก ตามปั๊มน้ำมันต่างๆ เชื้อเพลิงที่มีจำกัด เช่น น้ำมันดีเซลธรรมดา ขาดแคลนอย่างมาก เพราะมีความจำเป็นในการใช้แก่รถบรรทุกขนส่งหรือใช้สำหรับรถยต์ประชาชนสัญจรทั่วไป ผลของสงครามตะวันออกกลาง เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เรือเดินสินค้าระหว่างประเทศไม่ได้ ทำให้พี่น้องประชาชนต้องเข้าแถวเพื่อเติมน้ำมัน  

ที่สำคัญ ในการขนส่งน้ำมันภายในประเทศไม่ต่อเนื่อง เพราะต้องขนเป็นเวลา ทำให้เมื่อนำน้ำมันมาเติมในปั๊มเฉพาะช่วงเวลา และจำกัดในการซื้อน้ำมัน  ส่งผลให้ไม่เพียงพอต่อประชาชน แต่ความจริง น้ำมันเพียงพอต่อประชาชนแต่มีราคาพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะการกักตุนน้ำมันเพื่อขายในราคาแพง หากรัฐไม่อุ้มราคาน้ำมัน จะทำให้ประชาชนใช้น้ำมันราคาแพงเกินจริง

ตนเห็นว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นผิดปกติ เป็นราคาที่มีต้นทุนดิบมาจากดูไบและน้ำมันสำเร็จรูปมาจากสิงคโปร์ เมื่อเกิดภาวะสงคราม ทำให้กระทบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทสไทย ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าประเทศได้ ทำให้เกิดภาวะชงักชั่วคราว ค่าการกลั่นจึงปรับตัวไปตามบริบทของวิกฤติการพลังงาน ย่อมสวนทางกันต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ไม่ได้ปรับขึ้นจริง จึงเกิดลาภลอย

กรณีที่รัฐอุ้มหรือพยุงราคาน้ำมันโดยใช้กองทุนน้ำมันไปชดเชย ต้องถามว่า เป็นการชดเชยกำไรโรงกลั่น หรือไปชดเชยกับราคาที่ขาดทุนกันแน่ ตรงนี้ ตนสงสัย หากใช้ราคาที่คิดคำนวณจากต้นทุนและน้ำมันสำเร็จรูปจริง รัฐจะหาเงินมาจากไหนมาอุ้มราคา ทำให้วิกฤติน้ำมันบานปลาย การแก้ปัญหาประหยัดพลังงาน โดยวิธีการทำงานประหยัดพลังงาน งดใส่สูท ปิดแอร์ หรือใช้ยานพาหนะอื่นมาทำงาน ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ  แต่ควรตรวจสอบการกักตุนราคาน้ำมันเพื่อโก่งราคา ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งยังไม่อาจทราบแน่ว่า สงครามจะจบลงเมื่อไหร่ และจะเปิดช่องทางการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุช เมื่อไหร่ ย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อกองทุนน้ำมัน รัฐจะนำเงินที่ไหนมาเยี่ยวยา

​เมื่อถามว่า จะเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์อย่างไร สว.วราภัสร์ กล่าวว่า การเตรียมแผนสำรองในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับวิกฤติดังกล่าว วิกฤติพลังงานเชื้อเพลิง เป็นวิกฤติสำคัญของชาติ ขณะนี้ มีรัฐบาลรักษาการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ประกอบมาตรา 161 วรรคสาม เมื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่และยังไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 161 วรรคสามประกอบมาตรา 162 วรรคสอง  เปิดช่องให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐบาลรักษาการแก้ปัญหาของชาติได้ เพราะวิกฤติพลังงานเชื้อเพลิงเป็นเรื่องฉุกเฉิน

เป็นกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์ของแผ่นดิน อธิบายได้ว่า การขาดแคลนพลังงานย่อมกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ สามารถดำเนินการไปก่อนได้ไม่ต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ  หากคณะรัฐมนตรีรักษาการ เห็นว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจเลี่ยงได้ สามารถตราพระราชกำหนดในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันซึ่งเป็นวิกฤติของชาติได้