
ศบก.-พลังงานย้ำมีน้ำมันเพียงพอใช้ในประเทศ หลัง'อนุทิน'เรียกถกด่วน
ศบก.-กระทรวงพลังงานย้ำมีน้ำมันเพียงพอใช้ในประเทศไม่ขาดแคลน หลัง นายกฯอนุทินเรียกถกด่วน นั่งหัวโต๊ะ ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ เร่งสื่อสารลดความตื่นตระหนก ปตท. โออาร์ พีที บางจาก ยันในที่ประชุมฯ สต็อกน้ำมันของประเทศยังมีเพียงพอ พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทินเป็นประธานประชุมด่วน ศบก. ยืนยันไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการในประเทศอย่างน้อย 96 วัน และยังไม่มีภาวะวิกฤตด้านพลังงาน
- ปัญหาน้ำมันขาดช่วงตามสถานีบริการบางแห่ง เกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนและปัญหาการบริหารจัดการขนส่ง ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนน้ำมันดิบ
- ที่ประชุมเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยเร่งสื่อสารสร้างความมั่นใจ, ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ และพิจารณาแยกช่องทางจำหน่ายน้ำมันให้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
วิกฤตการสู้รบตะวันออกกลาง จากการโจมตีของสหรัฐอเมริกา อิสราเอล ต่ออิหร่าน สร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง นำมาซึ่งการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์และเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดของโลกต้องหยุดชะงักลง
สร้างความโกลาหลให้หลายประเทศแม้แต่สหรัฐอเมริกาเองต้องหาแหล่งน้ำมันแห่งใหม่ อย่างรัสเซีย เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่ประชาชนเริ่มโกลาหลจากน้ำมันขาดแคลน สถานีให้บริการน้ำมันบางแห่งปิดให้บริการชั่วคราวเพราะการขนส่งน้ำมันเป็นไปอย่างล่าช้า หลายแห่งให้เติมได้ไม่เกิน500บาท เหตุภาคอุตสาหกรรมชิงความได้เปรียบเติมน้ำมันหน้าสถานีบริการน้ำมัน เพื่อความสะดวกรวดเร็วมาก ส่งผลทำให้การบริการน้ำมันขาดช่วง
ล่าสุด วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569) เวลา 11.50 น. ณ ห้องประชุมชี้แจงคณะกรรมาธิการฯ (สส.) ห้อง CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม รวมทั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมประชุมในรูปแบบ online ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ onsite และ online โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายอนุทิน ยืนยันว่า สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิด สถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน
ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
นายกรัฐมนตรี ยังหารือกับผู้ค้าน้ำมันพิจารณาบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลยพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติ
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้แยกช่องทางการจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรมหรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก โดยให้จัดส่งผ่านระบบขายส่งหรือการเติมในถังของหน่วยงานโดยตรง แทนการมาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชน
นายอนุทินกล่าวว่า หน่วยงานด้านพลังงานของไทย ยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิงจากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ
“สิ่งสำคัญที่สุด ในขณะนี้คือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในระยะใกล้” นายอนุทินยืนยัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองประเทศไทย ยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยหากนำน้ำมันดิบที่มีอยู่มาก จะสามารถรองรับความต้องการได้ประมาณ 96 วัน
ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งและการกระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอ เปรียบเสมือนตู้เอทีเอ็มที่แม้จะมีเงินสำรองจำนวนมาก แต่หากประชาชนกังวลและแห่ถอนเงินพร้อมกัน ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีเงินไม่เพียงพอ
ที่ประชุมได้หารือแนวทางดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่
1.การสื่อสารสร้างความมั่นใจกับประชาชนว่าน้ำมันมีเพียงพอ
2.การบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการอย่างมีประสิทธิภาพ
และ3.การจัดระบบแยกช่องทางจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้มาใช้บริการร่วมกับประชาชนที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชนได้
โอกาสนี้ ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ อาทิ ปตท. โออาร์ พีที และบางจาก ยืนยันในที่ประชุมฯ ว่าสต็อกน้ำมันของประเทศยังมีเพียงพอ พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการการขนส่งและการเติมน้ำมันในบางสถานีบริการอย่างเหมาะสมเท่านั้น
ในที่ประชุม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงโอกาสทางการค้าไทยท่ามกลางวิกฤต ขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง จึงเสนอให้พิจารณาหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเปิดโอกาสให้เรือสินค้าจากไทย หากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคกลับมายังประเทศไทยได้ด้วย
ขณะที่ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ชี้แจงกรณีการเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วประเทศยังดำเนินการได้ตามปกติ และตลอดกว่า 2 สัปดาห์ที่เกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยยังไม่เคยประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยความกังวลที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการซื้อน้ำมันในปริมาณมากเพื่อกักตุน รวมถึงข่าวสารที่คลาดเคลื่อนในสื่อออนไลน์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการพลังงานเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังสามารถจัดหาน้ำมันและก๊าซจากหลายแหล่งทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดวิกฤตพลังงานในระยะใกล้
ก่อนเสร็จสิ้นการประชุม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเพิ่มขึ้น โดยบางช่วงการขนส่งน้ำมันได้รับผลกระทบ และประเทศมหาอำนาจเริ่มหารือมาตรการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการเจรจากับอิหร่านเพื่อให้เรือสินค้าสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลสถานการณ์พลังงานและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางในการจัดหาเชื้อเพลิงและสิ่งจำเป็นให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์โดยรวมยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติ
ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 53 ครั้ง 589 ถัง มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,400 ล้านลิตร มีน้ำมันสำรองตามกฎหมายประมาณ 3,400 ล้านลิตร สองส่วนนี้รวมกันคิดเป็น 39 วัน
ขณะเดียวกันมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้นอีก 27 วัน และน้ำมันที่จัดหาเรียบร้อยแล้วอีก 30 วัน รวมขั้นต่ำสุดจะมีน้ำมันอยู่ที่ 96 วัน ยืนยันว่า มีน้ำมันเพียงพอสำหรับในประเทศแน่นอน
ส่วนที่ประชาชนไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทำให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจึงเกิดปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมัน นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการจัดส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และให้มีความเพียงพอไม่ขาดแคลน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมได้สั่งการให้นัดหารือกับกลุ่มผู้ค้า ในการที่จะไปดูว่าน้ำมันจะไปภาคอุตสาหกรรมด้วยวิธีไหนในเงื่อนไขที่ยุติธรรม
นายคงกระพัน อินทร์แจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดหาน้ำมันดิบของปตท. มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งมีการเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤต สามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือการหาแหล่งน้ำมันอื่นๆจากอเมริกา แอฟริกาตะวันตก รวมถึงลาตินอเมริกา จึงยืนยันได้ว่าเราหาได้พอเพียง และให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าโครงการของปตท. มีกำลังการผลิตทั้งหมด 60% ของประเทศยังทำงานได้อย่างเต็มที่มีน้ำมันพอเพียง และมีน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสต๊อกให้ภายในประเทศให้ได้ใช้ต่อไป











