
'พิพัฒน์' เล็งเจรจาซื้อน้ำมันรัสเซีย แจ้งข่าวดีไทยสำรองน้ำมันยาว 98 วัน
รองนายกฯ "พิพัฒน์" แถลงผลการประชุม ศบก. ยอมรับมีข่าวดีไทยมีปริมาณการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 98 วัน กระทรวงพลังงานกำลังเตรียมเข้าเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียเติมเต็มในส่วนที่ขาดแคลน
KEY
POINTS
- รัฐบาลประกาศขยายปริมาณน้ำมันดิบสำรองของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 98 วัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
- กระทรวงพลังงานเตรียมเจรจาจัดซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย หลังจากสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออก
- การจัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงและลดการพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
13 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงผลการประชุม ศบก. ถึงแนวการเตรียมรับมือด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้ขยายปริมาณน้ำมันดิบสำรองเพิ่มขึ้นจากเดิม 92 วัน เป็น 98 วันแล้ว
นายพิพัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 50% และอีก 50% มาจากแหล่งอื่น ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งเจรจาซื้อน้ำมันนอกอ่าวเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนส่วนที่อาจขาดหายไปจากอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญคือการที่สหรัฐอเมริกาประกาศเลิกคว่ำบาตรรัสเซียในการส่งออกน้ำมันดิบ
ล่าสุดกระทรวงพลังงานกำลังเตรียมเข้าเจรจาเพื่อซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย เพื่อนำมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดแคลนและสร้างความเชื่อมั่นว่าพลังงานในประเทศไทยจะไม่ขาดตลาดอย่างแน่นอน
ส่วนการดูแลราคาน้ำมันดีเซลตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยนั้น รัฐบาลยืนยันว่า ยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไปจนถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางการปรับราคาอีกครั้ง
รวมทั้งมีแผนบริหารจัดการด้วยการปรับเพิ่มสูตรส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B10 และอาจขยายไปถึง B20 สำหรับรถบรรทุกและรถปิกอัพ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในระบบการขนส่งและอุตสาหกรรม
"จากภาวะสงครามทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาขยับไปตามกลไกตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความเดือดร้อนของประชาชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น" รองนายกฯ กล่าว











