thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ พร้อมแจงสหรัฐ หลังใช้อำนาจมาตรา 301 สอบสวนไทย

‘เอกนิติ’ พร้อมแจงสหรัฐ หลังใช้อำนาจมาตรา 301 สอบสวนไทย

12 มี.ค. 2569 | 09:42 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มี.ค. 2569 | 09:51 น.

‘เอกนิติ’ ถกพาณิย์ใกล้ชิด พร้อมรับมือสหรัฐ หลังใช้อำนาจ มาตรา 301 สอบสวนไทย ชี้ปมเกินดุลการค้าส่วนใหญ่มาจากบริษัทอเมริกา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่สหรัฐฯ พิจารณาดำเนินการตามมาตรา 301 ต่อประเทศไทยนั้น ได้มีการประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว 

โดยประเด็นเรื่องการเกินดุลการค้าถือเป็นหัวข้อที่อยู่ในความสนใจ และมีการศึกษารายละเอียดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางฝ่ายไทยได้มีการเตรียมความพร้อม ว่าจะสามารถอธิบายสาเหตุและที่มาของการเกินดุลดังกล่าวต่อทางการสหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ในการประชุมที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการอธิบายสาเหตุการเกินดุลการค้าของไทย โดยแบ่งโครงสร้างของข้อมูลออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในมิติที่รอบด้าน ประเด็นที่สำคัญ คือ การเกินดุลการค้าที่เกิดขึ้น เป็นผลผลิตจากบริษัทสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาตั้งฐานการผลิต และลงทุนในประเทศไทยเอง โดยผลประโยชน์จากการส่งออกเหล่านี้มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับผู้ประกอบการสหรัฐฯ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

“ข้อมูลในส่วนที่ 1 พบว่ายอดการเกินดุลการค้าที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วเป็นผลผลิตจากบริษัทอเมริกาที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตและลงทุนในประเทศไทยเอง ส่วนนี้ก็ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการจัดเตรียมข้อมูล เพื่อใช้อธิบายถึงโครงสร้างการค้าและการลงทุนแล้ว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ Donald Trump เตรียมเปิดการสอบสวนทางการค้ากับหลายประเทศคู่ค้า รวมถึง Thailandโดยจะใช้กลไกตาม มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อตรวจสอบนโยบายหรือแนวปฏิบัติทางการค้าที่สหรัฐมองว่าไม่เป็นธรรม และอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศเป้าหมาย มาตรการดังกล่าวถูกหยิบมาใช้แทน “ภาษีตอบโต้” ที่รัฐบาลสหรัฐเคยประกาศใช้ก่อนหน้านี้ หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินว่ามาตรการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การสอบสวนภายใต้มาตรา 301 จะมุ่งตรวจสอบนโยบายด้านอุตสาหกรรมของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคการผลิต ซึ่งสหรัฐมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐ และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย หากถูกพิจารณาว่ามีนโยบายที่กระทบต่อความเป็นธรรมทางการค้า