thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ ถกทีมไทยแลนด์ วางยุทธศาสตร์ใหม่ รับศึกภาษีสหรัฐ

‘เอกนิติ’ ถกทีมไทยแลนด์ วางยุทธศาสตร์ใหม่ รับศึกภาษีสหรัฐ

02 มี.ค. 2569 | 13:45 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มี.ค. 2569 | 13:51 น.

‘เอกนิติ’ นำทีมทีมไทยแลนด์ วางแผนรับมือภาษีทรัมป์ เร่งสรุปแผนระยะสั้น-ยาว เพิ่มขีดความสามารถไทย ในการแข่งขันตลาดโลก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกา ณ กระทรวงการคลัง เพื่อติดตามสถานการณ์และวางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าว 

โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม 

สำหรับการประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นภายหลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า การใช้อำนาจตาม International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดอัตราภาษี (Reciprocal Tariffs) ต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลกนั้นขัดต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีชุดใหม่ภายใต้กฎหมายอื่นโดยทันที

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายเอกนิติ กล่าวว่า คณะทำงานได้ประชุมหารือในประเด็นหลัก ได้แก่

  1. การประเมินผลกระทบจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย  
  2. การมองหาโอกาสของประเทศไทยที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว
  3. การกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาและท่าทีของประเทศไทยที่จะดำเนินการต่อไป

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แม้คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงกรอบกฎหมายที่ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ใช้อยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าแรงกดดันด้านการค้าจะลดลง รัฐบาลสหรัฐฯ มีเครื่องมือทางกฎหมายอื่นอีกหลายช่องทาง ดังนั้น  ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทั้งในเชิงรับและเชิงรุก 

‘เอกนิติ’ ถกทีมไทยแลนด์ วางยุทธศาสตร์ใหม่ รับศึกภาษีสหรัฐ

“ประเด็นสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้คือการให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์ระยะสั้นและระยะยาวเพื่อดำรงความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทย” 

ทั้งนี้ คณะทำงานจะรายงานผลการประชุมหารือต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในโอกาสต่อไป