thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ เร่งสปีดเบิกจ่ายงบ พยุงเศรษฐกิจ ช่วงวิกฤตพลังงาน

‘เอกนิติ’ เร่งสปีดเบิกจ่ายงบ พยุงเศรษฐกิจ ช่วงวิกฤตพลังงาน

11 มี.ค. 2569 | 08:09 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 2569 | 08:16 น.

‘เอกนิติ’ สั่งบัญชีกลาง แก้ปัญหาติดขัดจัดซื้อจัดจ้าง ดันสปีดเบิกจ่ายงบ พยุงเศรษฐกิจ ช่วงวิกฤตพลังงาน ฝั่งเบิกจ่ายงบลงทุนอืด ไม่ถึง 30%

KEY

POINTS

  • 'เอกนิติ' เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบสำหรับพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
  • มอบหมายให้กรมบัญชีกลางเข้าตรวจสอบและแก้ไขอุปสรรคในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้ากว่าเป้าหมาย โดยเฉพาะงบลงทุน
  • รัฐบาลต้องการใช้กำลังซื้อจากภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากยังไม่สามารถออกนโยบายใหม่ๆ ได้ในขณะนี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.69 ที่ผ่านมา  ได้มีการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ในภาวะที่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่สามารถออกนโยบายใหม่ๆ ได้ จึงอยากทำให้เกิดความมั่นใจว่าเม็ดเงินของงบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถอัดฉีด และกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่

สำหรับสถานการณ์เบิกจ่ายงบประมาณนั้น ยังพบปัญหาอุปสรรคในการเบิกจ่ายบางส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จึงได้มอบหมายให้อธิบดีกรมบัญชีกลาง เข้าตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีจุดใดที่ติดขัดและเร่งแก้ไข เนื่องจากรัฐบาลต้องการแรงซื้อจากภาครัฐเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน

“ในช่วงที่เศรษฐกิจต้องการกำลังซื้อ เราจะให้การเบิกจ่ายงบประมาณเข้ามาช่วงกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้ เราจึงพยายามเข้ามาเร่งรัดการเบิกจ่าย”

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะมีการออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 เพื่อมาตั้งเป็นงบกลาง รับมือผลกระทบจากตะวันออกกลางนั้น นายกเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งส่วนราชการไป ว่าเราเน้นประสิทธิภาพการเบิกจ่าย อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเบิกจ่ายไม่ได้ ประสิทธิภาพไม่มี ต้องมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร มิฉะนั้น หน่วยงานก็จะไม่เร่งรีบ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

“ในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายเป็นสิ่งสำคัญ เราเห็นชัดเจนว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2568 ที่ผ่านมา ประสิทธิภาพการเบิกจ่ายสูงมาก โดยเฉพาะผ่านโครงการ "Quick Win" สามารถผลักดันให้งบลงทุนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเติบโตถึง 13% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงดังกล่าว”

สำหรับในช่วงนี้ เรามองว่าจะต้องนำงบประมาณที่มีอยู่เดิมมาช่วยพยุงจีดีพี และดูแลเศรษฐกิจไว้ก่อน ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการจัดทำฉากทัศน์ เพื่อประเมินว่าราคาพลังงานที่ผันผวนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์เบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ จนถึง 6 มี.ค.69 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1.83 ล้านล้านบาท คิดเป็น 48.54% โดยแบ่งเป็น

  • รายจ่ายประจำ เบิกจ่ายแล้ว 1.61 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.39%
  • รายจ่ายลงทุน เบิกจ่ายแล้ว 2.22 แสนล้านบาท คิดเป็น 27.29%
  • รายจ่ายงบลงทุนกรณีไม่รวมงบกลาง 2.22 แสนล้านบาท คิดเป็น 28.61%

ขณะที่วงเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 3.2 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1.65 แสนล้านบาท คิดเป็น 51.42% คงเหลือยังไม่เบิกจ่าย 1.55 แสนล้านบาท คิดเป็น 48.58%