thansettakij
thansettakij
เปิดปมสหรัฐฯ งัดม.301 สอบการค้าไม่เป็นธรรมไทย โยง BYD ตั้งฐานผลิตหลบภาษีจีน

เปิดปมสหรัฐฯ งัดม.301 สอบการค้าไม่เป็นธรรมไทย โยง BYD ตั้งฐานผลิตหลบภาษีจีน

12 มี.ค. 2569 | 07:51 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มี.ค. 2569 | 09:06 น.

สหรัฐฯ งัดมาตรา 301 เปิดสอบสวนไทย หลังพบดุลการค้าไทย-สหรัฐฯ พุ่ง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่อัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่อเนื่อง 2 ปี พร้อมจับตา BYD ใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระบายสินค้าส่วนเกินจากจีน หลบเลี่ยงภาษีสู่ตลาดโลก

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศมาตรการที่สั่นสะเทือนวงการการค้าโลกอีกครั้ง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 โดยการริเริ่มการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 (Section 301) แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อตรวจสอบการกระทำ นโยบาย และแนวทางปฏิบัติของเขตเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับ "กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง" (Structural Excess Capacity) และการผลิตในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่มากเกินความต้องการของตลาด ครอบคลุมทั้งชาติมหาอำนาจอย่างจีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ไปจนถึงกลุ่มประเทศอาเซียนรวมถึงประเทศไทย

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขการขาดดุลการค้าแบบเดิมๆ แต่เป็นการพุ่งเป้าไปที่ "ต้นตอ" ของปัญหาที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นความไม่เป็นธรรมเชิงระบบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอเมริกันและการจ้างงานภายในประเทศ

ชี้อุปทานโลกล้นเกินอุปสงค์

เอกสารของ USTR นิยาม "กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง" ว่าเป็นสภาวะที่ประเทศคู่ค้าสร้างขีดความสามารถในการผลิตโดยไม่ยึดโยงกับแรงจูงใจของอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมักเกิดจากการแทรกแซงของรัฐบาลหรือนโยบายที่จูงใจให้บริษัทคงไว้หรือขยายกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ข้อมูลอ้างอิงจากธนาคารโลกและรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2567 ผลผลิตภาคการผลิตทั่วโลกอยู่ที่ 16.6 ล้านล้านดอลลาร์ แต่อัตราการใช้กำลังการผลิตทั่วโลกอยู่เพียงร้อยละ 75.0-75.9 ต่ำกว่าระดับที่ถือว่ามีสุขภาพดีซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80

ไทยติดโผ พุ่งเป้า BYD ตั้งฐานผลิตหลบภาษีจีน

สำหรับประเทศไทย เอกสาร USTR จัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องสงสัยว่ามีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างในระดับรุนแรง โดยระบุว่าภาคการผลิตของไทยดำเนินงานต่ำกว่าร้อยละ 60 ของกำลังการผลิตติดต่อกันเป็นเวลาสองปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมในประเทศเท่านั้นที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาด

ด้านดุลการค้า USTR ระบุว่าไทยมีการเกินดุลการค้าทวิภาคีกับสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเป็น 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยสาขาหลักที่ถูกจับตาคืออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง

ประเด็นที่ถูกเน้นย้ำเป็นพิเศษคือกรณีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่าง BYD ที่ตั้งโรงงานขยายการผลิตในไทย ซึ่ง USTR ตั้งข้อสังเกตว่าไทยอาจถูกใช้เป็นฐานการประกอบขั้นสุดท้ายเพื่อส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าส่วนเกินของจีนไปยังตลาดโลกรวมถึงสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามต่อบทบาทของนโยบายรัฐไทยว่ามีการอุดหนุนที่ไม่ยึดโยงกับอุปสงค์จริง หรือมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อมที่หย่อนยานเพื่อลดต้นทุนหรือไม่

จีนเป็นศูนย์กลางปัญหา เกินดุลโลกกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

จีนถูกระบุเป็นเป้าหมายหลักของการสอบสวนครั้งนี้ โดย USTR ชี้ว่าจีนมีการเกินดุลการค้าโลกกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของการเกินดุลการค้าโลก พร้อมกับมีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสูงถึง 1.9 เท่าของความต้องการในประเทศ และครองส่วนแบ่งในส่วนต่างกำลังการผลิตเหล็กโลกถึงร้อยละ 54

ฝั่งสหภาพยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีที่มีการเกินดุลการค้าสูงถึงร้อยละ 5.6 ของ GDP และไอร์แลนด์ที่ร้อยละ 15.9 ก็อยู่ในข่ายการสอบสวน เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่ถูกตรวจสอบเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์และการดำรงอยู่ของ "บริษัทซอมบี้" ที่ขาดทุนแต่ยังคงดำเนินกิจการ และเกาหลีใต้ที่ขยายการเกินดุลในภาคปิโตรเคมีจนรัฐบาลเกาหลีเองยอมรับว่าต้องลดกำลังการผลิต รวมถึงไต้หวันที่มีการเกินดุลกับสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุด 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ นำโดยเซมิคอนดักเตอร์

อาเซียนถูกจับตาทั้งภูมิภาค

ในกลุ่มอาเซียน เวียดนามถูกระบุว่ามีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ พุ่งเป็น 1.78 แสนล้านดอลลาร์ และถูกมองเป็นฮับการประกอบสินค้าก่อนส่งออก พร้อมมีปัญหาอุตสาหกรรมซีเมนต์ล้นตลาดเกือบร้อยละ 100 ของอุปสงค์ในประเทศ ส่วนอินโดนีเซียประสบปัญหา "อุปทานล้นเกินถาวร" ในภาคซีเมนต์เช่นกัน

มาเลเซียถูกเพ่งเล็งจากการที่ภาคเหล็กขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ในขณะที่อุปสงค์ลดลงร้อยละ 25 ขณะที่กัมพูชายังคงขยายกำลังการผลิตในภาคเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า และบังกลาเทศมีอัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคซีเมนต์ไม่ถึงร้อยละ 40 ซึ่ง USTR ระบุว่าเป็นระดับที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายปี ส่วนอินเดียมีกำลังการผลิตแผงโซลาร์เซลล์สูงเป็น 3 เท่าของความต้องการในประเทศ

นอกภูมิภาคเอเชีย เม็กซิโกมีการเกินดุลกับสหรัฐฯ สูงถึง 1.97 แสนล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ และมีการขยายกำลังการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้นร้อยละ 46 สิงคโปร์ถูกตรวจสอบเรื่องการเกินดุลในภาคเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ถูกจับตาด้านนโยบายค่าเงินและการแทรกแซงผ่านรัฐวิสาหกิจ

เปิดรับฟังความเห็นถึง 15 เม.ย. ก่อนไต่สวนสาธารณะ พ.ค.นี้

USTR เปิดรับความคิดเห็นจากภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 และกำหนดให้มีการไต่สวนสาธารณะในวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2569 ผลลัพธ์จากกระบวนการสอบสวนนี้อาจนำไปสู่การบังคับใช้มาตรการทางภาษี หรือข้อจำกัดทางการค้าอื่นๆ หากพบว่านโยบายของประเทศเหล่านั้นไม่สมเหตุสมผลหรือเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ

ที่มา: USTR Initiates Section 301 Investigations Relating to Structural Excess Capacity and Production in Manufacturing Sectors