
เปิดรายงานกนง. นัดประวัติศาสตร์ มติลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1%
เปิดรายงานกนง. มติ 4 ต่อ 2 สั่งหั่นดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% พยุง SMEs ฝ่าพายุบาทแข็ง-พิษส่งออกทรุด พร้อมเตือนไทยติดกลุ่ม ‘Dirty 15’ เสี่ยงโดนสหรัฐฯ รีดภาษีเพิ่ม สั่งจับตาหนี้ SMEs พุ่ง เงินเฟ้อต่ำเป้า
รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 19 และ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุถึงมติสำคัญที่สะเทือนวงการการเงิน โดยคณะกรรมการ กนง.มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00%ต่อปี โดยให้มีผลทันที
การตัดสินใจครั้งนี้มี นายวิทัย รัตนากร นั่งเป็นประธานที่ประชุม ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจที่แม้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จะขยายตัวสูงกว่าคาดจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส และการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่เป็นเพียง "ปัจจัยชั่วคราว" ที่กำลังหมดแรงส่งลง
ห่วง "บาทแข็ง-หนี้ SMEs" ทุบขีดความสามารถการแข่งขัน
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เสียงส่วนใหญ่เลือกหั่นดอกเบี้ย คือ ความกังวลต่อ "ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายรับในรูปเงินบาทของธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และสาขาธุรกิจที่มีกำไรต่ำอย่าง สิ่งทอ เกษตร และอาหาร
คณะกรรมการ กนง. มองว่า หากบาทแข็งต่อเนื่อง อาจกดดันให้ธุรกิจต้องลดต้นทุนจนกระทบต่อการจ้างงานในที่สุด
นอกจากนี้ สภาพคล่องของ SMEs ยังอยู่ในภาวะตึงตัว สินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนระดมทุนของ Micro SMEs ยังพุ่งสูงจากการกู้ผ่านผลิตภัณฑ์ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 28-33 ต่อปี, การลดดอกเบี้ยครั้งนี้จึงหวังผลในการช่วยบรรเทาภาระหนี้และกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น
ผ่าปมส่งออกไทย: ความหวัง AI กับความเสี่ยง "Dirty 15"
ในส่วนของภาคการส่งออก แม้จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่ขยายตัวตามอุปสงค์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) แต่คณะกรรมการ กนง. กลับแสดงความกังวลว่า เป็นการเติบโตที่ "กระจุกตัว" และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทยต่ำ เนื่องจากมีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบสูง
ที่น่าจับตาคือ ประเด็นการค้ากับสหรัฐฯ หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ วินิจฉัยให้มาตราภาษีภายใต้ IEEPA เป็นโมฆะ ทำให้อัตราภาษีที่ไทยเผชิญลดลงจาก 16.5% เหลือ 14.4%
อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301 เนื่องจากไทยจัดอยู่ในกลุ่ม 15 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง หรือที่เรียกว่ากลุ่ม "Dirty 15" ซึ่งอาจถูกตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติมในอนาคต
เงินเฟ้อต่ำเป้า-ความเห็นต่างในที่ประชุม
ด้านเสถียรภาพราคา กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มปรับลดลงและจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่เคยคาดไว้ (เป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2570) ตามราคาพลังงานโลกที่มีแนวโน้มลดลงและมาตรการอุดหนุนของรัฐ
อย่างไรก็ดี ในมติ 4 ต่อ 2 เสียงนั้น กรรมการอีก 2 ท่านเห็นควรให้ "คง" ดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% โดยให้เหตุผลว่า นโยบายการเงินปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และควรเก็บ "Policy Space" หรือขีดความสามารถของนโยบายการเงินไว้รองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (Shock)
โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงกังวลว่า ดอกเบี้ยต่ำนานเกินไปจะทำให้เกิดพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่เสี่ยงเกินตัว (Search-for-yield)

