
‘อนุทิน’ สั่งด่วนกลาง ครม. ‘เอกนิติ-ศุภจี’ หาทางรับมือภาษีทรัมป์
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งด่วนกลาง ครม. ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานพร้อมทีมไทยแลนด์ เกาะติดภาษีสหรัฐ เดินหน้าต่อ แม้สถานการณ์ระยะสั้นดีขึ้น แต่ต้องระวังผลกระทบระยะยาว
24 กุมภาพันธ์ 2569 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังทีมไทยแลนด์ได้รายงานสถานการณ์ที่สหรัฐฯ ได้ปรับภาษีการค้าจากภาษีตอบโต้ เป็นภาษี 15% ทั่วโลก
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามสถานการณ์และพัฒนาการของเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ร่วมกับทีมไทยแลนด์ เนื่องจากอาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ และการค้าของไทยในระยะต่อไป
แหล่งข่าว ระบุว่า นายกรัฐมนตรีแจ้งว่าแม้ในระยะสั้นไทยเราจะได้ประโยชน์จากภาษีที่ลดลง แต่ระยะต่อไปอาจได้รับผลกระทบกับภาษีที่อาจเพิ่มขึ้นจากมาตรการต่าง ๆ ซึ่งขอให้รัฐมนตรีทั้งสองคนติดตามเรื่องนี้ และประสานกับทีมไทยแลนด์เพื่อหามาตรการรับมือเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้ทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ที่ได้ทำงานก่อนหน้านี้เดินหน้าการเจรจากับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เพราะในเรื่องของภาษีและข้อตกลงการการค้าต้องใช้ระยะเวลาในการพูดคุยกันระหว่างสองประเทศจึงขอให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องด้วย
ต่อมา นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดว่า นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงสถานการณ์การปรับขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของ สหรัฐอเมริกา ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่ออกตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ โดยเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้มาตรการภาษีเดิมที่เคยประกาศเรียกเก็บจากหลายประเทศ รวมถึงไทยในอัตราร้อยละ 19 ถูกยกเลิก
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งใหม่ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ กำหนดจัดเก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตราร้อยละ 15 เป็นการชั่วคราว และมีผลใช้บังคับได้ไม่เกิน 150 วัน แม้อัตราภาษีดังกล่าวจะต่ำกว่าเดิม แต่หลายฝ่ายประเมินว่าอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก โดยเฉพาะภาคการส่งออกของประเทศคู่ค้า
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประเมินผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เพื่อเตรียมมาตรการรองรับอย่างเหมาะสมและทันท่วงที







