
รัฐบาลปลดล็อกขายแอลกอฮอล์บ่าย 2–5 โมง ดันยอดร้านพุ่ง 20%
กระทรวงสาธารณสุขเปิดข้อมูลการติดตามผลรัฐบาลปลดล็อกขายแอลกอฮอล์บ่าย 2–5 โมง ดันยอดร้านพุ่ง 20% ขณะที่อุบัติเหตุไม่เพิ่มขึ้น
KEY
POINTS
- รัฐบาลประกาศยกเลิกข้อห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
- การปลดล็อกดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการร้านอาหารได้ไม่น้อยกว่า 20% เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมากขึ้น
- ข้อมูลจากการประเมินผล 2 เดือนพบว่า มาตรการนี้ไม่ได้ส่งผลให้อุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รัฐบาลมีการปลดล็อกช่วงเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เวลา 14.00 – 17.00 น.
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ระบุว่า จากการติดตามผลประเมินรอบ 2 เดือน (ธ.ค.68-31 ม.ค. 69) พบว่าอัตราการดื่มแล้วขับรายชั่วโมงในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. มีค่าเฉลี่ย ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเส้นกราฟการเกิดอุบัติเหตุคงที่และไม่มีการกระตุกขึ้น แม้จะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีการเดินทางหนาแน่นก็ตาม
ข้อมูลชุดนี้กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำคัญ ที่ภาคเอกชนใช้ยืนยันว่า มาตรการขยายเวลาขายแอลกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลกระทบทางสังคมอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ในทางกลับกัน กลับเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ทรงพลัง โดยช่วยลดผลกระทบจากกฎหมายเดิมที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน
การปลดล็อกดังกล่าวถือเป็นการแก้ปมสำคัญของภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากสื่อต่างประเทศเคยรายงานถึงการลงโทษทางแพ่งของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาช่วงบ่ายในประเทศไทยตาม พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ จนสร้างความกังวลและมีผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังประเทศอื่นในอาเซียนที่มีกฎระเบียบยืดหยุ่นกว่ากับบริบทในปัจจุบัน
เมื่อรัฐบาลปลดล็อกข้อจำกัดนี้ จึงเท่ากับการประกาศความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้ร้านค้า และร้านอาหารสามารถรองรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่หลากหลายทั่วโลกได้ยาวนานขึ้น ส่งผลดีต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นและสนับสนุนธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ดร. ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธาน สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า มาตรการนี้ช่วยกำจัดช่วงเวลาฟันหลอ3 ชั่วโมงที่เคยเป็นสุญญากาศทางเศรษฐกิจออกไป ภาคค้าปลีกและร้านค้าในเครือข่ายได้รับอานิสงส์อย่างมาก โดยเฉพาะร้านค้าปลีกในแหล่งท่องเที่ยว จากสองเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ในภาพรวมเฉลี่ยมากกว่า 5.0% การปลดล็อกดังกล่าวช่วยลดความขัดแย้งระหว่างพนักงานกับนักท่องเที่ยวที่มักไม่เข้าใจว่าทำไมถึงซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงบ่ายไม่ได้ทั้งที่วางโชว์อยู่บนชั้น การทำให้กฎระเบียบสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ จะช่วยให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้มากขึ้น
นายฌานนท์ เกิดเจริญ นายกสมาคมร้านอาหาร ให้ข้อมูลสอดคล้องกับตัวเลขของผู้ประกอบการที่พบว่ารายได้มีโอกาสเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20%
นักท่องเที่ยวต่างชาติมักทานมื้อเที่ยงนานกว่าคนไทย การปลดล็อกทำให้เขาสามารถสั่งเครื่องดื่ม เช่น ไวน์หรือเบียร์ คู่กับมื้ออาหารได้ตามปกติ ไม่ต้องถูกกดดันด้วยการที่ต้องหยุดขายในเวลาบ่าย 2 โมง ผลที่ตามมาคือเขานั่งนานขึ้น สั่งอาหารเพิ่มขึ้น และช่วยลดการเสียโอกาสทางธุรกิจที่เคยสูญเสียไปนานหลายปี หากรัฐเดินหน้าต่อให้เป็นถาวร จะเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในอาเซียนได้อย่างแน่นอน
นายกวี สระกวี นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) กล่าวว่า การปลดล็อกคือ การแก้ไขปัญหากฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่ค้างคามานานกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งเดิมทีมีที่มาจากคำสั่งคณะปฏิวัติปี 2515 เพื่อคุมวินัยข้าราชการ แต่กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวระดับโลก
“เห็นตัวเลขชัดเจนว่าการขยายเวลาขายไม่ได้ทำให้อุบัติเหตุสูงขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คือกลุ่มที่นั่งดื่มในร้านอาหารพร้อมมื้อกลางวัน ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงหลักบนท้องถนน หากรัฐบาลพิจารณาข้อมูล 180 วันแล้วพบว่าผลกระทบทางสังคมไม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะมีการประกาศใช้เป็นมาตรการถาวร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยสับสนกับกฎหมายของไทย”





