thansettakij
thansettakij
เปิดยุทธศาสตร์ ‘Mission 2000’ ดันไทยฝ่าวิกฤตโลกแตกแยก ขึ้นแท่น Safe Haven แห่งใหม่

เปิดยุทธศาสตร์ ‘Mission 2000’ ดันไทยฝ่าวิกฤตโลกแตกแยก ขึ้นแท่น Safe Haven แห่งใหม่

25 ก.พ. 2569 | 01:16 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 01:17 น.

หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 สถาบัน เปิดยุทธศาสตร์ ‘Mission 2000’ ดันไทยฝ่าวิกฤตโลกแตกแยก ขึ้นแท่น Safe Haven แห่งใหม่

KEY

POINTS

  • ยุทธศาสตร์ ‘Mission 2000’ เป็นการระดมสมองของ 6 สถาบันชั้นนำ เพื่อกำหนดทิศทางให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความผันผวนของระเบียบโลกใหม่และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • วิเคราะห์ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุค "โลกแตกแยก" (Fractured World) จากการแข่งขันของมหาอำนาจและความไม่แน่นอนสูง ซึ่งเป็นวิกฤตและความท้าทายสำคัญที่ไทยต้องเผชิญ
  • เสนอแนวทางผลักดันไทยสู่การเป็น Safe Haven ผ่านยุทธศาสตร์ "ลูกธนูสามดอก" คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปกฎหมายและสังคม และการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ ควบคู่กับการปฏิรูปการเมืองเพื่อสร้างเสถียรภาพ

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 15 ภายใต้หัวข้อ Future Trend and Foresight: รู้เทรนด์โลก เห็นอนาคต นำการเปลี่ยนแปลง ว่า โลกกำลังเปลี่ยนเร็วและซับซ้อนมากขึ้น เครือข่ายหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 สถาบันชั้นนำของประเทศไทย ประกอบด้วย สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 29 เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน 

,หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ,หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) ,หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) ,หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) จึงได้ระดมสมองและกำหนดทิศทางประเทศไทยท่ามกลางความผันผวนของระเบียบโลกใหม่ มุ่งสร้างพื้นที่ทางปัญญาเพื่อฉายภาพอนาคตและสังเคราะห์ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ผ่านการระดมความคิดจากผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันทำความเข้าใจแรงเปลี่ยนระดับโลก และแปลงความเข้าใจนั้นไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง

“การดำเนินการดังกล่าวเพื่อช่วยให้ประเทศไทยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน วางนโยบายอย่างรอบด้าน และรับมือความผันผวนได้อย่างมีเสถียรภาพ”

โดยการพัฒนาประเทศในยุคใหม่นี้ต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์เชิงอนาคต (foresight) ซึ่งไม่ใช่การทำนายอนาคต หากแต่เป็นกระบวนการวิเคราะห์แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และสัญญาณอ่อน (weak signals) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อความเป็นไปได้ของอนาคตหลายรูปแบบ ช่วยให้ผู้นำสามารถเตรียมพร้อม ตัดสินใจเชิงรุก และออกแบบนโยบายหรือกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นต่อความไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดยุทธศาสตร์ ‘Mission 2000’ ดันไทยฝ่าวิกฤตโลกแตกแยก ขึ้นแท่น Safe Haven แห่งใหม่

 

ซึ่งจะเป็นการเจาะลึก 6 วาระกำลังกำหนดทิศทางประเทศอย่างเข้มข้น ได้แก่ แนวทางการพัฒนาการเมืองไทยในอนาคต โดยมีการนำเสนอภาพวิเคราะห์ว่า ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากระบบการเมืองที่ขาดเสถียรภาพไปสู่ประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ โดยโจทย์ใหญ่ไม่ใช่เพียงการสร้างเสถียรภาพ แต่ต้องมีทั้งประสิทธิภาพและความชอบธรรมควบคู่กัน 

รวมถึงชี้ให้เห็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง ได้แก่ วิกฤตความชอบธรรมของกติกา การตรวจสอบที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง และประสิทธิภาพภาครัฐที่ถดถอย ซึ่งส่งผลต่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน 

อีกทั้งเสนอ 4 วาระเร่งด่วน เพื่อพาประเทศออกจากความไม่แน่นอน ได้แก่ การทำให้การเลือกตั้งมีความรับผิดรับชอบและไม่เป็นเพียงพิธีกรรม การผลักดันรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน การยกระดับรัฐให้มีประสิทธิภาพและปราบโกงอย่างจริงจัง และการสร้างวัฒนธรรมแก้ปัญหาผ่านระบบรัฐสภาเพื่อปิดประตูวงจรรัฐประหาร โดยย้ำว่าการฟื้นฟูความชอบธรรมของระบอบการเมืองต้องเริ่มจากการทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าอำนาจยังเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

 ,สถานการณ์ภัยคุกคามและความมั่นคง (Geopolitics & Security Landscape) โดยจะชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคการแข่งขันภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้นและระเบียบโลกไม่เป็นเอกภาพ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงมีลักษณะหลายมิติ-หลายภัยคุกคามตั้งแต่ชายแดน ความขัดแย้งประเทศเพื่อนบ้าน การก่อการร้าย ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเสนอให้ไทยยกระดับการบูรณาการด้านการทหาร เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติและความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน

,Future Scenario Election ของประเทศไทย ในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งได้เสนอภาพการเลือกตั้งที่ประชาชนเชื่อมั่นได้ผ่านความโปร่งใสด้วยเทคโนโลยี โดยมุ่งให้มีระบบรายงานผลแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. ทุกระดับด้วย AI ในการคัดกรองคุณสมบัติบุคลากร และสร้างกลไกการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ทั้งหมดควรเดินหน้าภายใต้แนวคิด Regulatory Sandbox เพื่อทดลอง-กำกับความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ก่อนขยายผลจริงเพื่อลดข้อร้องเรียนและยกระดับความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง

,Thailand in the New World Order – ไทยในยุคระเบียบโลกเปลี่ยน ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า โลกกำลังก้าวสู่ยุค Fractured World หรือโลกแตกแยกจากการแข่งขันของมหาอำนาจและความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ส่งผลให้การค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานผันผวนรุนแรงในระยะยาว 

ขณะเดียวกันไทยเผชิญความท้าทายซ้อน ทั้งกับดักรายได้ปานกลาง เศรษฐกิจโตต่ำหลังโควิด และการขาดเครื่องยนต์ใหม่ ประกอบกับโจทย์โครงสร้างอย่างสังคมสูงวัย แรงงานคุณภาพ และกติกาที่ล้าสมัย จึงต้องเร่งปรับตัวเชิงระบบเพื่อรับมือกับสภาวะความผันผวนรุนแรง (VUCA) ไปอีก 25-50 ปีข้างหน้า 

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวคิดลูกธนูสามดอก ซึ่งประกอบด้วย  การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและขนส่ง (Hard Infrastructure) (ระบบน้ำ ชลประทาน ขนส่ง) เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจในภาพใหญ่ 

,การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและกฎหมาย (Soft Infrastructure) เช่น การคลังและภาษี การศึกษา การยกระดับธรรมาภิบาล และนโยบายการเงินแบบสนับสนุนการเติบโต รวมถึงแนวทางเพิ่มสภาพคล่องตลาดทุน 

และการปฏิรูปภาคการแพทย์เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ให้เป็นอีกแรงขับเคลื่อนใหม่ของประเทศ

การมองภาพอนาคตเพื่อวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาองค์กรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติ กรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์” (Justice System and Cyber Scammers) โดยชี้ว่าอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์เป็นเครือข่ายข้ามชาติที่ซับซ้อน ใช้เทคโนโลยีและช่องโหว่ระบบการเงิน ทำให้การสืบสวนดำเนินคดีท้าทาย จึงเสนอให้บูรณาการหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมกับหน่วยงานกำกับธุรกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานสื่อสารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่มาตรการจัดการบัญชีม้า ตัดสัญญาณ/ควบคุมหมายเลขในพื้นที่เสี่ยง การเฝ้าระวังเชิงรุก ไปจนถึงการพัฒนากระบวนพิจารณาคดีให้ทันยุคดิจิทัล เพื่อให้ยุติธรรมรวดเร็ว เป็นธรรม และเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน

From Global Shifts to Thailand’s Futures ซึ่งเน้นว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ขณะที่กติกาโลกใหม่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืนและมาตรการคาร์บอน ซึ่งกำลังเปลี่ยนเงื่อนไขการแข่งขันอย่างสิ้นเชิง จึงตั้งโจทย์สำคัญว่าไทยจะรักษาความสามารถแข่งขันและยกระดับเศรษฐกิจอย่างไรในทศวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่านที่เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และโครงสร้างประชากรปรับตัวพร้อมกัน และชี้ว่าการเตรียมคน กติกา และระบบสนับสนุนภาคธุรกิจให้พร้อมต่อมาตรฐานใหม่ จะเป็นตัวตัดสินว่าไทยจะเป็นผู้ชนะ หรือผู้ตามในเวทีเศรษฐกิจโลก