thansettakij
เฉลย ‘ปรีดี ดาวฉาย’ ลาออก PTTGC ไม่ได้นั่ง รมว.พลังงาน แค่เปิดทางปรับโครงสร้าง

เฉลย ‘ปรีดี ดาวฉาย’ ลาออก PTTGC ไม่ได้นั่ง รมว.พลังงาน แค่เปิดทางปรับโครงสร้าง

19 ก.พ. 2569 | 06:47 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.พ. 2569 | 07:10 น.

สยบข่าวลือ ‘ปรีดี ดาวฉาย’ ลาออกประธานบอร์ด PTTGC ไม่ได้มานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แค่เปิดทางปรับโครงสร้าง

KEY

POINTS

  • นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ PTTGC เพื่อเปิดทางให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและบุคลากรภายในบริษัท
  • การลาออกครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามที่เป็นข่าว
  • นายปรีดียังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท กัลฟ์ (GULF) ซึ่งเป็นเอกชนด้านพลังงานรายใหญ่ ทำให้การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีถูกมองว่าไม่เหมาะสม

หลังจากที่ "นายปรีดี ดาวฉาย" เพิ่งลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ และประธานกรรมการอิสระของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีภารกิจอื่น ส่งผลให้สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งก่อนครบวาระจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” จากแหล่งข่าวระดับสูงต่อเรื่องดังกล่าวได้ความว่า

จากกรณีที่นายปรีดีลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ และประธานกรรมการอิสระของ PTTGC ดังกล่าวก่อนครบวาระนั้น เพื่อเป็นการเปิดทางให้กับให้มีการเปลี่ยนผ่านบุคคลเข้ามารับตำแหน่งแทนในโครงสร้างของบริษัทเท่านั้น และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองแต่อย่างใด

เฉลย ‘ปรีดี ดาวฉาย’ ลาออก PTTGC ไม่ได้นั่ง รมว.พลังงาน แค่เปิดทางปรับโครงสร้าง

 ขณะเดียวกัน นายปรีดียังคงดำรงตำแหน่งสำคัญในภาคเอกชน โดยปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2569 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ GULF ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการพลังงานรายใหญ่ของประเทศ โดยดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน มีโรงไฟฟ้ามากกว่า 30 โครงการ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ด้วยบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจพลังงานดังกล่าว ทำให้ความเป็นไปได้ที่นายปรีดีจะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานถูกมองว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอาจก่อให้เกิดข้อกังวลเรื่องความเหมาะสม และเผชิญแรงต่อต้านจากสังคมในประเด็นความเกี่ยวข้องกับภาคเอกชนพลังงานโดยตรง