thansettakij
ด่วน สศช. ประกาศ GDP ปี 68 โตแรง 2.4% Q4 พุ่ง 2.5% ปรับเป้าปี 69 บวก 2%

ด่วน สศช. ประกาศ GDP ปี 68 โตแรง 2.4% Q4 พุ่ง 2.5% ปรับเป้าปี 69 บวก 2%

16 ก.พ. 2569 | 02:40 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 03:22 น.

ด่วน สศช.แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทย ในปี 2568 ขยายตัว 2.4% หลังเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 โต 2.5% พร้อมปรับ GDP ปี 2569 ใหม่ขยายตัว 2% โดยมีแนวโน้มขยายตัวในช่วง 1.5-2.5%

16 กุมภาพันธ์ 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 2.5% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.4% เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 2%

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ซึ่งขยายตัว 2.5% เป็นผลมาจากการขยายตัวของทุกสาขาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งออกที่ขยายตัว 5.6% เช่นเดียวกับการบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 3.3% การอุปโภคภาครัฐบาล ขยายตัว 1.3% และการลงทุนรวม ขยายตัว 8.1% โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐขยายตัว 13.3% 

ขณะที่ภาคการผลิตขยายตัวทุกสาขาทั้งสาขาเกษตร อุตสาหรรม ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร การค้า ขนส่ง และก่อสร้าง

"ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 4 และทั้งปี 2568 ทื่ขยายตัวสูงก็แปลกใจเหมือนกันว่าเป็นตัวเลขที่เกินกว่าคาดพอสมควร โดยในส่วนของมาตรการรัฐ เช่นมาตรการคนละครึ่งพลัส ก็มีส่วนในการกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพราะการใช้จ่ายลงไปยังตัวบุคคลไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขการบริโภคที่ขยายตัวจาก 2.5% เป็น 3.3% แต่ที่เกินกว่าคาดคือ การลงทุนทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ โดยเฉพาะการก่อสร้าง เป็นผลมาจากมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายลงทุน และการอำนวยความสะดวกการลงุทน ซึ่งมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 2.5% และทำให้ทั้งปีขยายตัวได้ 2.4%"

 

ด่วน สศช. ประกาศ GDP ปี 68 โตแรง 2.4% Q4 พุ่ง 2.5% ปรับเป้าปี 69 บวก 2%

 

นายดนุชา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัว 2.4% ถือเป็นอัตราการขยายตัวเกินกว่าที่ สศช. ประมาณการไว้เดิม โดยการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนและการอุปโภคภาครัฐบาลขยาย 2.7% และ 0.6% ชะลอลงจากการขยายตัว 4.4% และ 2.6% ในปี 2567 ตามลำดับ 

ขณะที่การลงทุนรวมกลับมาขยายตัว 4.9% เทียบกับการลดลง 0.3% ในปี 2567 ตามการกลับมาขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน 3.5% และการลงทุนภาครัฐขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง 8.9% 

ส่วนการส่งออกสินค้าขยายตัวในเกณฑ์สูง 11.9% และการส่งออกบริการลดลง 1.9% ด้านการผลิต สาขาการขายส่งและการขายปลีก สาขาเกษตรกรรม และสาขาการก่อสร้างขยายตัว 6.1% 3.6% และ 6.6% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 3.2% 1.9% และ 1.7% ในปี 2567 ตามลำดับ 

 

 

ด้านสาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว 0.4% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 0.3% ในปี 2567 ขณะที่สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร และสาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าขยายตัว 2.5% และ 4% ชะลอลงจากการขยายตัว 12% และ 10.1% ในปี 2567 ตามลำดับ

นายดนุชา กล่าวว่า ด้วยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวได้มากกว่าที่คาดไว้มาก ทำให้ สศช.ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ ในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5 -2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2%) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.2 – 2.2% โดยมีค่ากลางการประมาณการ 1.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ดังนี้ 

  1. การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน 
  2. การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน 
  3. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง 
  4. ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร 

ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 2.1% และ 1.9% ตามลำดับ มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัว 2% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในช่วง (-0.3%) - 0.7% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.4% ของ GDP

เลขาธิการ สศช. ระบุว่า สศช.ประเมินว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลคงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง โดยมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้เต็มรูปแบบได้เร็วที่สุดคือในช่วงเดือนมีนาคม หรืออย่างช้าคือต้นเดือนเมษายน จะทำให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 สามารถทำได้เร็ว โดยอาจล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน

แต่ถ้าช้ากว่านั้นจะส่งผลต่อเงินที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจช้าตามไปด้วย โดยเฉพาะงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งถ้าเทียบกับช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 งบประมาณส่วนนี้สามารถเบิกจ่ายได้ถึง 9.2 หมื่นล้านบาท และมีส่วนช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยอย่างมาก

 

สศช.ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5 -2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2%)