

KEY
POINTS
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมกราคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,243 รายทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.8 โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นในทุกรายการและทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาดัชนีแยกตามรายการ พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 46.4 ดัชนีโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 50.5 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 61.6 ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มมีความหวังในเชิงบวกต่อสถานการณ์ในอนาคตมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการมีรัฐบาลใหม่และนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้
สำหรับปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเดือนมกราคม 2569 ได้แก่ สถานการณ์ชายแดนคลี่คลาย การยุติการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่สงบลงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ช่วยลดความกังวลของประชาชนได้อย่างมาก
ขณะที่บรรยากาศการเมือง การประกาศยุบสภาและบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง (ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์) สร้างความคึกคักและทำให้ประชาชนมีความหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่
รวมถึงต้นทุนพลังงานลดลง โดยราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง โดยกลุ่มแก๊สโซฮอล์ลดลงประมาณ 50 สตางค์ และดีเซลลดลงประมาณ 1 บาท
นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจและตลาดทุน การส่งออกในเดือนธันวาคมขยายตัวถึง 16% ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นเดือนมกราคม ปรับเพิ่มขึ้น 65.9 จุด มาอยู่ที่ 1,325.62 จุด
ด้านการท่องเที่ยว มีสัญญาณการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ช่วยหนุนภาคบริการและการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ผู้บริโภคยังคงมีความกังวล ได้แก่ เสถียรภาพการเมือง เพราะประชาชนยังกังวลเรื่องความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
ค่าครองชีพสูง ซึ่งยังมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและรายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
ราคาสินค้าเกษตร ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการ เช่น ข้าวเปลือก อ้อย ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ยังคงทรงตัวในระดับต่ำ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของเกษตรกรในต่างจังหวัด
การปรับประมาณการเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 2.0% ซึ่งชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ยังมีผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค เช่น ความกังวลเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่า สถานการณ์ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยืดเยื้อ และปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่กระทบต่อการดำเนินชีวิต