thansettakij
thansettakij
“เสรี” เตือนจับตาพายุจ่อ 7-9 ลูก ปลาย ส.ค. “น่าน-สุโขทัย” เริ่มคลี่คลาย

'เสรี' เตือนจับตาพายุจ่อ 7-9 ลูก ปลาย ส.ค. 'น่าน-สุโขทัย' เริ่มคลี่คลาย

21 ส.ค. 69 | 11:30 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 69 | 11:34 น.

ท่วมน่าน-สุโขทัยเริ่มคลี่คลาย แต่ยังวางใจไม่ได้ 'เสรี' เตือนจับตาพายุ 25-26 ส.ค. และปลายเดือน 29 ส.ค. เผยยังมีโอกาสเกิดอีก 7-9 ลูก ปลายสงแม้เอลนีโญรุนแรงลดโอกาสพายุเข้าไทย

KEY

POINTS

  • รศ.ดร.เสรี เตือนให้เฝ้าระวังพายุที่อาจเกิดขึ้นอีก 7-9 ลูกในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้
  • สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านและสุโขทัยเริ่มคลี่คลาย โดยคาดว่าฝนจะลดลงจนถึงปลายเดือนสิงหาคม
  • ภาวะเอลนีโญรุนแรงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พายุมีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยน้อยลงในปีนี้
  • ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 25-26 และปลายเดือนสิงหาคม เนื่องจากอิทธิพลของพายุ

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่านและสุโขทัยเริ่มมีแนวโน้มผ่อนคลาย โดยคาดว่าปริมาณฝนจะทยอยลดลงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามอิทธิพลของพายุอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม และช่วงปลายเดือนประมาณวันที่ 29 สิงหาคม

'เสรี' เตือนจับตาพายุจ่อ 7-9 ลูก ปลาย ส.ค. 'น่าน-สุโขทัย' เริ่มคลี่คลาย

ปัจจัยสำคัญมาจากอิทธิพลของพายุบริเวณเกาะไหหลำ ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะไม่รุนแรงเท่ากับสถานการณ์ฝนเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนัก ได้แก่ ฝั่งตะวันตก ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก

จับตาพายุอีก 7-9 ลูก

รศ.ดร.เสรี ระบุว่า สถานการณ์พายุยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากขณะนี้มีพายุเกิดขึ้นแล้ว 18 ลูก ในจำนวนนี้เป็นไต้ฝุ่น 5 ลูก และยังมีโอกาสเกิดพายุเพิ่มอีกประมาณ 7-9 ลูกในช่วงที่เหลือของฤดูกาล ประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้ในปีนี้จะมีพายุเกิดขึ้นหลายลูก แต่เหตุใดพายุจึงไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในภาวะ “เอลนีโญรุนแรง”

'เสรี' เตือนจับตาพายุจ่อ 7-9 ลูก ปลาย ส.ค. 'น่าน-สุโขทัย' เริ่มคลี่คลาย

จากการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต พบว่า ในช่วงที่เกิดเอลนีโญรุนแรง พายุมักมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยน้อยลง เนื่องจากมีปัจจัยทางภูมิอากาศหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่

1.จุดกำเนิดพายุเลื่อนไปทางตะวันออก ทำให้เส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุเปลี่ยนไป

2.มรสุมและลมค้าตะวันออกอ่อนกำลังลง ส่งผลต่อทิศทางและกำลังของระบบพายุ

3.ร่องมรสุมอ่อนกำลังและเลื่อนไปทางเหนือ ทำให้แนวฝนและเส้นทางพายุเปลี่ยนแปลง

4.ความกดอากาศสูงเปลี่ยนตำแหน่ง ส่งผลต่อทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุและระบบฝน

ทั้งนี้ แม้แนวโน้มสถานการณ์น้ำในน่านและสุโขทัยจะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังไม่ควรวางใจ เนื่องจากปัจจัยจากพายุและความแปรปรวนของสภาพอากาศยังสามารถทำให้ปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ได้ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม และช่วงปลายเดือนนี้