thansettakij
thansettakij
แฉสูตรอุ้มมะพร้าว 2569 ล็อกเพดาน 10 บาท ชาวสวนหวั่นรัฐ “คุมราคา”

แฉสูตรอุ้มมะพร้าว 2569 ล็อกเพดาน 10 บาท ชาวสวนหวั่นรัฐ “คุมราคา”

โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ 2569 ส่อสะดุด ชาวสวนตั้งคำถามสูตรชดเชยล็อกเพดาน 10 บาท ขณะที่มะพร้าวแห้งคุม 20 บาท รับซื้อไม่เกิน 10 ไร่ เปิดรับสมัครเกษตรกรและผู้ประกอบการล้ง ใรวันที่ 24-31 ส.ค.นี้

KEY

POINTS

  • โครงการช่วยเหลือชาวสวนมะพร้าวปี 2569 กำหนดเพดานราคาชดเชย โดยราคามะพร้าวผลแก่หลังรวมเงินอุดหนุนแล้วต้องไม่เกิน 10 บาทต่อผล
  • เงื่อนไขดังกล่าวทำให้เงินชดเชยที่เกษตรกรได้รับจะลดลงสวนทางกับราคาตลาดที่สูงขึ้น ซึ่งถูกมองว่าเป็นการควบคุมราคามากกว่าการช่วยเหลือ
  • มาตรการนี้ยังใช้กับมะพร้าวแห้งโดยจำกัดเพดานราคาไว้ที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม และจำกัดสิทธิ์ช่วยเหลือเกษตรกรไม่เกินรายละ 10 ไร่

โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถูกวางให้เป็น “โมเดลนำร่อง” ช่วยพยุงราคาผลผลิตและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว กลับเริ่มถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิผล หลังพบเงื่อนไขหลายประการในวาระการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำระดับจังหวัด ที่อาจทำให้มาตรการไม่สามารถแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำได้อย่างตรงจุด

นายอำนาจ มณีแดง อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช

นายอำนาจ มณีแดง อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า มาตรการช่วยเหลือดังกล่าวมีเงื่อนไขที่อาจส่งผลต่อกลไกราคา โดยเฉพาะการกำหนดเพดานราคาหลังรวมเงินชดเชย ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์จากเงินช่วยเหลือเต็มจำนวนตามที่กำหนดไว้

แฉสูตรชดเชย “ยิ่งราคาดี รัฐยิ่งจ่ายน้อย” ล็อกเพดาน 10 บาท

นายอำนาจระบุว่า โครงการกำหนดเงินชดเชยส่วนต่างสำหรับมะพร้าวผลแก่ที่เกษตรกรขายได้ในอัตรา 4 บาทต่อผล แต่กำหนดให้ราคาหลังรวมเงินชดเชยต้องไม่เกิน 10 บาทต่อผล ส่งผลให้จำนวนเงินที่เกษตรกรได้รับจากรัฐลดลงตามราคาตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากราคาตลาดอยู่ที่ 8 บาทต่อผล เกษตรกรควรได้รับเงินชดเชย 4 บาท ทำให้ราคาสุทธิอยู่ที่ 12 บาท แต่เมื่อมีการกำหนดเพดานไว้ที่ 10 บาท เงินชดเชยที่ได้รับจริงจะเหลือเพียง 2 บาทต่อผล หากราคาตลาดขยับขึ้นเป็น 9 บาท เงินชดเชยจะเหลือเพียง 1 บาท และหากราคาขึ้นไปถึง 9.50 บาท จะได้รับเงินชดเชยเพียง 50 สตางค์ เพื่อให้ราคาสุทธิไม่เกินเพดาน 10 บาท

 

ขณะที่ราคากลางเฉลี่ยหน้าสวนในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 6.50 บาทต่อผล จากราคาซื้อขายจริงในพื้นที่ราว 6-7 บาท นายอำนาจเห็นว่า ในภาวะที่เกษตรกรกำลังเผชิญวิกฤตราคา รัฐควรสนับสนุนเงินช่วยเหลือโดยตรง 4 บาทต่อผล มากกว่าการกำหนดเพดานราคาที่อาจทำให้ประโยชน์จากมาตรการลดลง

กองมะพร้าว

มะพร้าวแห้งเจอสูตรเดียวกัน ล็อกเพดาน 20 บาทต่อกิโลกรัม

ไม่เพียงมะพร้าวผลแก่ แต่เงื่อนไขสำหรับ “มะพร้าวแห้ง” ก็ถูกตั้งข้อสังเกตในลักษณะเดียวกัน โดยโครงการกำหนดเงินชดเชยไว้ที่ 5 บาทต่อกิโลกรัม แต่จำกัดราคาหลังรวมเงินชดเชยไม่ให้เกิน 20 บาทต่อกิโลกรัม

ปัจจุบันราคามะพร้าวแห้งหน้าบ้านเกษตรกรอยู่ที่ประมาณ 17-18 บาทต่อกิโลกรัม หากเข้าสู่โครงการ เกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยจริงเพียงประมาณ 2-3 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาสุทธิอยู่ภายใต้เพดาน 20 บาท จากเดิมที่ควรได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวน 5 บาท ทำให้ราคาสุทธิอยู่ที่ประมาณ 22-23 บาทต่อกิโลกรัม

นายอำนาจมองว่า เงื่อนไขดังกล่าวอาจบิดเบือนกลไกตลาดและลดแรงจูงใจของเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการ เพราะเงินช่วยเหลือที่ได้รับจริงไม่เป็นไปตามจำนวนที่ประกาศไว้ในเบื้องต้น

จำกัดสิทธิ์ 10 ไร่ ขณะที่ล้งไม่มีข้อบังคับซื้อราคากลาง

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ การจำกัดสิทธิ์ช่วยเหลือเฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและสามารถเข้าร่วมโครงการได้ไม่เกินรายละ 10 ไร่ ขณะที่ในพื้นที่จริง เกษตรกรจำนวนไม่น้อยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว 15-40 ไร่

ด้านผู้ประกอบการล้งมะพร้าวที่เข้าร่วมโครงการจะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ยังมีข้อกังวลว่า ไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับที่กำหนดให้ล้งต้องรับซื้อใน “ราคากลาง” ที่จังหวัดประกาศทุกวันจันทร์ โดยเป็นเพียงการขอความร่วมมือ จึงอาจไม่สามารถสร้างหลักประกันด้านราคาให้เกษตรกรได้อย่างแท้จริง

กังขาอำนาจแก้เกณฑ์ จังหวัดอ้างระเบียบส่วนกลาง

นายอำนาจกล่าวอีกว่า ได้สอบถามเป็นการภายในกับรองอธิบดีกรมการค้าภายในรายหนึ่งเกี่ยวกับเงื่อนไขโครงการ และได้รับข้อมูลว่า หลักเกณฑ์การรับซื้อสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับสถานการณ์และพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศแก้ไขในที่ประชุมได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมระดับจังหวัด กลับได้รับคำชี้แจงว่า หลักเกณฑ์ทั้งหมดมาจากส่วนกลาง กระทรวงพาณิชย์ และไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ส่งผลให้เกิดข้อกังขาถึงแนวทางการบริหารจัดการโครงการ และอาจทำให้มาตรการช่วยเหลือไม่สามารถปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของเกษตรกรในพื้นที่ได้

เลื่อนรับสมัคร 24-31 ส.ค. ต้นทุนแตะ 6-7 บาท จี้รัฐเร่งปลดล็อก

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด โครงการได้เลื่อนกำหนดเปิดรับสมัครเกษตรกรและผู้ประกอบการล้ง จากเดิมวันที่ 21-28 สิงหาคม 2569 เป็นวันที่ 24-31 สิงหาคม 2569 นายอำนาจเตือนว่า หากกรมการค้าภายในและกระทรวงพาณิชย์ไม่เร่งทบทวนหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะการกำหนดเพดานราคาชดเชยและเงื่อนไขการรับซื้อ โครงการอาจไม่สามารถพยุงราคามะพร้าวได้ตามเป้าหมาย

เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่ประมาณ 6-7 บาทต่อผล ขณะที่ราคาผลผลิตยังอยู่ในระดับที่กดดันรายได้ หากมาตรการช่วยเหลือถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขหลายชั้น ย่อมเสี่ยงทำให้เงินชดเชยไม่ถึงมือเกษตรกรเต็มเม็ดเต็มหน่วย และไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ตลาดกลับมาสมดุลได้อย่างที่ตั้งใจ