

KEY
POINTS
นางสาวปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า โครงสร้างแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ปี 2569 แบ่งออกเป็น 3 แผนหลัก รวม 143 โครงการ วงเงิน 8,281.93 ล้านบาท ประกอบด้วย
1) แผนยกระดับ SME ขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้มแข็งและแข่งขันได้ วงเงิน 4,259.59 ล้านบาท ครอบคลุมถึง 99 โครงการ
2) แผนขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ วงเงิน 3,928.40 ล้านบาท จำนวน 35 โครงการ
3) แผนงานอื่น ๆ เพื่อการส่งเสริม SME วงเงิน 212.27 ล้านบาท รวมจำนวน 9 โครงการ
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับ SME มากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขยายตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Thai SME-GP) ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ วงเงินรวมกว่า 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี
รวมถึงปรับมาตรการแต้มต่อให้ SME แข่งขันได้มากขึ้น จากเดิมที่เคยได้แต้มต่ออยู่ที่ 10-15% โดย สสว.เตรียมขยายแต้มต่อให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มกลไกตรวจสอบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
อีกทั้งยังเตรียมขยายแนวคิด Thai SME-GP ไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาคเอกชนรายใหญ่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทรายใหญ่ในประเทศไทย โดย สสว. จะเข้าไปช่วยยกระดับมาตรฐาน คุณภาพ และความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์กติกาที่เข้มข้นของภาคธุรกิจได้จริงและมีประสิทธิภาพตามที่ภาคธุรกิจใหญ่กำหนด
อย่างไรก็ดี อีกกลไกสำคัญคือ การยกระดับ SME แถวหน้า ผ่านแนวคิด Empowering SME ซึ่งปี 2569 จะคัดเลือก SME ศักยภาพสูงจำนวน 36 ราย เข้าสู่กระบวนการ Grooming แบบเฉพาะตัว (Tailored-made) วิเคราะห์เชิงลึกทั้งธุรกิจ การเงิน ตลาด และการบริหาร เพื่อพา SME กลุ่มนี้ Scale up เติบโตแบบก้าวกระโดด และต่อยอดสู่ตลาดสากลเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจได้ต่อไป
“สสว. ยังเดินหน้าเครื่องมือสนับสนุนรอบด้าน ทั้งระบบเงินอุดหนุน BDS ที่ช่วย SME พัฒนาธุรกิจในรูปแบบ Co-payment วงเงินสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาทต่อรายต่อปี แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำรวม 1,200 ล้านบาท เพื่อการปรับตัวและยกระดับธุรกิจ รวมถึงการผลักดัน Green Transformation ให้ SME ไทยสอดรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก”
นางสาวปณิตา กล่าวต่อไปอีกว่า แผนปี 2569 ถูกออกแบบภายใต้โจทย์สำคัญทำอย่างไรให้ SME อยู่รอด ไปต่อ และเติบโตได้จริง โดย สสว. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชิงนโยบายที่เชื่อมทุกกลไกของรัฐเข้าด้วยกัน เพื่ออุดช่องว่างของระบบส่งเสริม SME ไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น