thansettakij
เปิดยุทธศาสตร์ สสว. ปี 2569 ดัน 143 โครงการ วงเงินกว่า 8.2 พันล้าน

เปิดยุทธศาสตร์ สสว. ปี 2569 ดัน 143 โครงการ วงเงินกว่า 8.2 พันล้าน

09 ก.พ. 2569 | 10:22 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 10:22 น.

เปิดแผนยุทธศาสตร์ สสว. ปี 2569 เดินหน้าดัน 143 โครงการ วงเงินกว่า 8.2 พันล้านบาท ปั้น 36 SME ดาวรุ่งขยายโอกาสรุกตลาดใหม่สู่เวทีระดับโลก

KEY

POINTS

  • สสว. เปิดแผนปฏิบัติการปี 2569 ใช้งบประมาณกว่า 8.2 พันล้านบาทสำหรับ 143 โครงการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับ SME และขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์
  • ผลักดัน SME เข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Thai SME-GP) ที่มีมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี พร้อมเพิ่มแต้มต่อในการแข่งขันและขยายโอกาสสู่ภาคเอกชน
  • เดินหน้าโครงการ Empowering SME เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการศักยภาพสูง 36 รายมาส่งเสริมให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ควบคู่กับการสนับสนุนด้านเงินทุนและส่งเสริม Green Transformation

นางสาวปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า โครงสร้างแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ปี 2569 แบ่งออกเป็น 3 แผนหลัก รวม 143 โครงการ วงเงิน 8,281.93 ล้านบาท ประกอบด้วย

1) แผนยกระดับ SME ขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้มแข็งและแข่งขันได้ วงเงิน 4,259.59 ล้านบาท ครอบคลุมถึง 99 โครงการ 

2) แผนขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ วงเงิน 3,928.40 ล้านบาท จำนวน 35 โครงการ 

3) แผนงานอื่น ๆ เพื่อการส่งเสริม SME วงเงิน 212.27 ล้านบาท รวมจำนวน 9 โครงการ

นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับ SME มากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขยายตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Thai SME-GP) ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ วงเงินรวมกว่า 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี 

เปิดยุทธศาสตร์ สสว. ปี 2569 ดัน 143 โครงการ วงเงินกว่า 8.2 พันล้าน

รวมถึงปรับมาตรการแต้มต่อให้ SME แข่งขันได้มากขึ้น จากเดิมที่เคยได้แต้มต่ออยู่ที่ 10-15% โดย สสว.เตรียมขยายแต้มต่อให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มกลไกตรวจสอบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

อีกทั้งยังเตรียมขยายแนวคิด Thai SME-GP ไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาคเอกชนรายใหญ่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทรายใหญ่ในประเทศไทย โดย สสว. จะเข้าไปช่วยยกระดับมาตรฐาน คุณภาพ และความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์กติกาที่เข้มข้นของภาคธุรกิจได้จริงและมีประสิทธิภาพตามที่ภาคธุรกิจใหญ่กำหนด

อย่างไรก็ดี อีกกลไกสำคัญคือ การยกระดับ SME แถวหน้า ผ่านแนวคิด Empowering SME ซึ่งปี 2569 จะคัดเลือก SME ศักยภาพสูงจำนวน 36 ราย เข้าสู่กระบวนการ Grooming แบบเฉพาะตัว (Tailored-made) วิเคราะห์เชิงลึกทั้งธุรกิจ การเงิน ตลาด และการบริหาร เพื่อพา SME กลุ่มนี้ Scale up เติบโตแบบก้าวกระโดด และต่อยอดสู่ตลาดสากลเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจได้ต่อไป

“สสว. ยังเดินหน้าเครื่องมือสนับสนุนรอบด้าน ทั้งระบบเงินอุดหนุน BDS ที่ช่วย SME พัฒนาธุรกิจในรูปแบบ Co-payment วงเงินสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาทต่อรายต่อปี แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำรวม 1,200 ล้านบาท เพื่อการปรับตัวและยกระดับธุรกิจ รวมถึงการผลักดัน Green Transformation ให้ SME ไทยสอดรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก”

นางสาวปณิตา กล่าวต่อไปอีกว่า แผนปี 2569 ถูกออกแบบภายใต้โจทย์สำคัญทำอย่างไรให้ SME อยู่รอด ไปต่อ และเติบโตได้จริง โดย สสว. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชิงนโยบายที่เชื่อมทุกกลไกของรัฐเข้าด้วยกัน เพื่ออุดช่องว่างของระบบส่งเสริม SME ไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น