thansettakij
กรมพัฒนาธุรกิจ เปิดโอกาสให้ SMEs ไทยใกล้ชิดแหล่งเงินทุน

กรมพัฒนาธุรกิจ เปิดโอกาสให้ SMEs ไทยใกล้ชิดแหล่งเงินทุน

07 ก.พ. 2569 | 09:44 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 2569 | 10:12 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมจัดกิจกรรมใหญ่ เปิดโอกาสให้ SMEs ไทยทุกขนาด ใกล้ชิดแหล่งเงินทุนมากขึ้น ปลดล็อกพันธนาการด้านหลักทรัพย์ค้ำประกัน..ที่ไม่ได้มีแต่บ้านและที่ดินเท่านั้นถึงจะกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ เตรียมเผยเคล็ดลับขอสินเชื่ออย่างไรให้ผ่านฉลุย โดยกูรูด้านการเงิน

KEY

POINTS

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
  • ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่หลากหลายนอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์ เช่น สิทธิเรียกร้อง สินค้าคงคลัง หรือเครื่องจักร มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ
  • กิจกรรมจะจัดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และสัญจรไปให้ความรู้ในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา เพื่อให้เข้าถึงผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมจัดกิจกรรม ‘เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ’ ภายใต้แนวคิด ‘Unlocking The New Route ปลดล็อกความรู้กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ’ วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ กรุงเทพฯ

ภายในงานจะได้พบกับความรู้กฎหมายด้านต่างๆ ทั้งกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี ตลอดจนบริบททางสังคม การเงิน เศรษฐกิจ และสถาบันการเงิน เช่น นิทรรศการให้ความรู้กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจแบบครบวงจร การสัมมนาวิชาการโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่จะมาร่วมปลดล็อกพันธนาการด้านหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่ไม่ได้มีแต่บ้านและที่ดินเท่านั้นถึงจะสามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินได้

พร้อมไขข้อข้องใจ/เผยเคล็ดลับการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินให้ผ่านฉลุย โดยกูรูที่จะมาถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก พร้อมตอบข้อซักถามจากประสบการณ์จริง ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการตีความและการบังคับใช้กฎหมายด้านต่างๆ อย่างละเอียด

ไฮไลท์ของงานฯ คือ การเข้าศึกษาดูงาน ณ กรมบังคับคดี หน่วยงานที่มีภารกิจด้านการบังคับหลักประกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นกระบวนการทำงานจริง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมพัฒนาธุรกิจ เปิดโอกาสให้ SMEs ไทยใกล้ชิดแหล่งเงินทุน อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนภูมิภาค กรมฯ เตรียมสัญจรไปให้ความรู้ โดยมีรูปแบบงานเช่นเดียวกับที่กรุงเทพฯ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา โดยจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่กล่าวมาข้างต้นแก่ SMEs และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจจำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนของแต่ละภูมิภาค

ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของทุกภาคส่วนทั้งผู้ให้หลักประกัน (SMEs) ผู้รับหลักประกัน (สถาบันการเงิน) รวมถึงหน่วยงานในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำสัญญาไปจนถึงการบังคับหลักประกันในทางปฏิบัติ

กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วย ‘ปลดล็อก’ โอกาสทางการเงินและการใกล้ชิดแหล่งเงินทุนให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่สามารถนำทรัพย์สิน ซึ่งเป็นทุนที่มีอยู่แล้วมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ สิทธิเรียกร้อง สินค้าคงคลัง เครื่องจักร กิจการ หรือแม้แต่ไม้ยืนต้นที่ปลูกบนที่ดินของตนเอง ช่วยเพิ่มทางเลือกและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสอดคล้องกับสภาพการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายกิจการ สร้างการจ้างงาน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

กรมพัฒนาธุรกิจ เปิดโอกาสให้ SMEs ไทยใกล้ชิดแหล่งเงินทุน “ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ‘เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ’ ภายใต้แนวคิด ‘Unlocking The New Route ปลดล็อกความรู้กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ’ วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ห้องแกรนด์ 1 อาคาร 2 ชั้น 1 โรงแรมกราฟ กรุงเทพฯ ถ.รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง ได้ทางเว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไปจนกว่าที่นั่งจะเต็ม ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครก่อนมีสิทธิก่อน แล้วจะได้รับความรู้ดีดีกลับไป พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

กรมพัฒนาธุรกิจ เปิดโอกาสให้ SMEs ไทยใกล้ชิดแหล่งเงินทุน

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2569) มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ รวมทั้งสิ้น 907,684 คำขอ คิดเป็นมูลค่าหลักประกันรวม 22,202,565 ล้านบาท โดยสิทธิเรียกร้อง (บัญชีเงินฝาก) เป็นทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด 17,930,069 ล้านบาท (80.76 %) รองลงมา สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ได้แก่ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ เครื่องจักร รถยนต์ เรือ เครื่องบิน สัตว์พาหนะ 4,090,645 ล้านบาท (18.42 %) ทรัพย์สินทางปัญญา 14,497 ล้านบาท (0.07 %) กิจการ 1,742 ล้านบาท (0.01 %) อสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 398 ล้านบาท (0.002 %) ไม้ยืนต้น 192 ล้านบาท (0.001 %) และมีผู้รับหลักประกันทางธุรกิจที่จดทะเบียนในระบบ 444 ราย แบ่งเป็น สถาบันการเงิน 45 ราย ผู้รับหลักประกันอื่น 399 ราย และมีผู้บังคับหลักประกัน 198 ราย