

KEY
POINTS
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 105.4 สูงขึ้น 0.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาวะอุปสงค์ภาคการก่อสร้างที่ยังชะลอตัว จากแรงกดดันด้านอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
หมวดซีเมนต์ สูงขึ้น 6.0% จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป จากฐานราคาปีที่ผ่านมาต่ำ เนื่องจากการปรับราคาของผู้ผลิตในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า ส่งผลต่อเนื่องให้
หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 0.9% จากการสูงขึ้นของคานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ขอบคันคอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) สูงขึ้น
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 2.5% จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H ท่อเหล็กกลวงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และท่อเหล็กดำ จากอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกสูง และนโยบายด้านภาษีขอ สหรัฐอเมริกา ทำให้มีการแข่งขันราคากับเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น)
หมวดกระเบื้อง ลดลง 0.4% จากการลดลงของกระเบื้องเคลือบบุผนัง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง
หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลง 0.2% จากการลดลงของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง สีรองพื้นปูน และสีน้ำอะครีลิคทาภายใน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี ผงสี)
หมวดสุขภัณฑ์ ลดลง 2.8% จากการลดลงของอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และราวจับสเตนเลส จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้ลดลง และภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่
หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 2.3% จากการสูงขึ้นของสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น
หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลง 1.9% จากการลดลงของยางมะตอย ตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ขณะที่หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยกดดันจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ ๆ
เนื่องจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวจากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีอุปทานคงค้างสูงเป็นผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง
นอกจากนี้การชะลอตัวของโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega Project) อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด
ทั้งนี้ เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างสำคัญมีแนวโน้มลดลง เช่น เหล็ก กระเบื้อง เป็นต้น
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกที่จะทำให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวนสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป