

KEY
POINTS
วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้เปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ โดยระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนธันวาคม 2568 ลดลง 0.28% ซึ่งระดับดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อต่ำเป็นอันดับที่ 7 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลขทั่วโลก และยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศอาเซียน
จากทั้งหมด 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข จากการเปรียบเทียบข้อมูลภายในภูมิภาคอาเซียน พบว่าส่วนใหญ่มีทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.บรูไน มีอัตราเงินเฟ้อต่ำที่สุดในอาเซียนอยู่ที่ -0.7% (อันดับ 4 ของโลก)
2.ไทย มีอัตราเงินเฟ้อ -0.28% (อันดับ 7 ของโลก)
3.ติมอร์-เลสเต มีอัตราเงินเฟ้อ+1.0%
4.กัมพูชา มีอัตราเงินเฟ้อ+1.19%
5.สิงคโปร์ มีอัตราเงินเฟ้อ+1.2%
6.มาเลเซีย มีอัตราเงินเฟ้อ +1.6%)
7.ฟิลิปปินส์ มีอัตราเงินเฟ้อ +1.8%
8.อินโดนีเซีย มีอัตราเงินเฟ้อ +2.92%
9.เวียดนาม มีอัตราเงินเฟ้อ +3.48%
10. สปป.ลาวยังคงเป็นประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในอาเซียน โดยอยู่ที่ +5.6%(อันดับ 107 ของโลก)
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลก พบว่าประเทศไทยมีระดับเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอิตาลี +1.2% (อันดับ 25 ของโลก),อินเดีย +1.33% (อันดับ 29 ของโลก),เกาหลีใต้ +2.3% (อันดับ 49 ของโลก),สหรัฐอเมริกา +2.7% (อันดับ 59 ของโลก),สหราชอาณาจักร +3.4% (อันดับ 75 ของโลก)
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Trading Economics ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2568 และ 29 มกราคม 2569 ยืนยันว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนธันวาคม 2568 ยังคงอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก โดยสามารถรักษาตำแหน่งในกลุ่มประเทศที่มีเงินเฟ้อต่ำที่สุด (Top 10) ของโลกไว้อย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งยังเป็นอันดับต้นๆของอาเซียนซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญถึงสภาวะค่าครองชีพและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้