

KEY
POINTS
นายชลธิศ นวลพลับ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลกยังมีโอกาสอ่อนตัวลง จากปัจจัยด้านนโยบายการเงินของสหรัฐ โดยเฉพาะการเสนอรายชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (FED) คนใหม่ และแนวโน้มการประชุมเฟดที่อาจยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแรง
ทั้งนี้ จากการประชุมเฟดครั้งที่ผ่านมา มีสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในทิศทางที่ดี ขณะที่เงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสแรก จากผลของนโยบายภาษีของทรัมป์ที่ดันราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ก่อนจะเริ่มชะลอตัวในระยะถัดไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดยังไม่จำเป็นต้องเร่งลดดอกเบี้ย และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
นายชลธิศ มองว่า ราคาทองคำที่ปรับขึ้นมาในระดับสูงก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดแรงขายทำกำไร และยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในเดือนกุมภาพันธ์ยังอาจมีแรงหนุนจากความต้องการทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ซึ่งที่ผ่านมามีการซื้อทองคำแท่งในปริมาณมาก และยังไม่พบแรงเทขายอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สัปดาห์ก่อนประชาชนนำทองรูปพรรณออกมาขายจำนวนมาก โดยมีแนวโน้มว่าเงินดังกล่าวอาจไหลกลับเข้ามาซื้อทองคำอีกครั้งก่อนถึงช่วงตรุษจีน ส่งผลให้ราคาทองคำมีโอกาสกระเตื้องขึ้นและทดสอบระดับสูงสุดใหม่ ก่อนจะทยอยปรับลดลงหลังพ้นเทศกาล
“ยังมีโอกาสที่ทองจะกลับไปแตะบาทละ 80,000 บาท เพราะนโยบายการเงินสหรัฐยังไม่แน่นอน รวมถึงโดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำของสหรัฐยังมีความเฉพาะตัว หากมีนโยบายแข็งกร้าวออกมาอีก ก็จะทำให้ราคาทองปรับสูงขึ้น รวมถึงหนี้สหรัฐสูงมาก และความไม่เชื่อมั่นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ราคาทองกลับมา เพราะสกุลเงินดอลลาร์จะมีความไม่น่าเชื่อถือ”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น นักลงทุนระยะยาวยังสามารถถือครองทองคำได้ เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรกำหนดจุดตัดขาดทุนอย่างชัดเจน และอาจใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวน