

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ภาวะราคาทองคำในวันนี้ยังคงผันผวน มีการปรับขึ้นลงมากกว่า 50 ครั้ง แม้ทิศทางล่าสุดจะขยับปรับตัวขึ้นก็ตาม โดยปัจจัยหลักยังคงมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะท่าทีและนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ทำให้กองทุนและนักลงทุนหันมาเก็งกำไรในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำแกว่งตัวแรงตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ตลาดทองคำในต่างประเทศยังเผชิญภาวะขาดแคลนทองคำสำหรับการส่งมอบ ยิ่งเป็นแรงกดดันให้ราคาทองคำมีความผันผวนสูงกว่าปกติ
นายจิตติ กล่าวว่า สมาคมค้าทองคำจึงตัดสินใจปรับเพิ่มส่วนต่างราคาซื้อและขายทองแท่งเป็น 200 บาท จากเดิม 100 บาท เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการร้านทอง เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง สามารถซื้อขายผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันทีหลังสมาคมฯ ประกาศราคา ขณะที่ร้านทองอาจไม่สามารถปรับเปลี่ยนป้ายราคาหน้าร้านได้ทันต่อการเคลื่อนไหวของราคา
นายจิตติ ระบุว่า เมื่อสมาคมฯ ประกาศเปลี่ยนแปลงราคา นักลงทุนสามารถกดซื้อหรือขายได้ทันที แต่หากร้านทองปรับป้ายราคาไม่ทัน อาจเกิดปัญหาและความเสียหายตามมา โดยการเปลี่ยนแปลงราคาเพียง 200–300 บาท ก็อาจทำให้ร้านทองขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในอดีตพบว่าร้านทองบางแห่งที่บริหารความเสี่ยงไม่ดี ต้องเผชิญกับการขาดทุนเป็นจำนวนมาก
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะถัดไป นายจิตติ มองว่า หากราคาทองคำในตลาดโลกไม่ปรับลดลงต่ำกว่า 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นคาดว่าราคาทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในลักษณะนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะนักลงทุนที่เน้นการซื้อขายระยะสั้น จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ