

KEY
POINTS
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปี 2569 กรมฯ มีแผนดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 680 โครงการ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย ครอบคลุมกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ประกอบด้วย งานแสดงสินค้านานาชาติ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ผ่าน THAITRADE.COM การพัฒนาแฟรนไชส์ไทยสู่สากล การจัดคณะผู้แทนการค้า และการส่งเสริมการขายผ่านห้างสรรพสินค้าและ Modern Trade ในหลายภูมิภาคทั่วโลก
สำหรับการตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาทนั้น ถือเป็นเป้าหมายที่มีความท้าทาย เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งปัจจุบันค่าเงินอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในระดับ 31-32 บาทต่อดอลลาร์ เป็นการแข็งค่ากว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ และส่งผลโดยตรงต่อราคาเสนอขายสินค้าไทยในตลาดโลกที่สูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค
น.ส.สุนันทา กล่าวว่า ตามแผนกรมฯ ได้วางแผนงานหลัก โดยเน้นไปที่ตลาดศักยภาพใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูงและไทยยังเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดน้อย สำหรับตลาดศักยภาพได้มีการมุ่งเน้นไปยัง 3 ตลาด ได้แก่
1. ภูมิภาคแอฟริกา การปรับทิศทางเน้นการหาคู่ค้าใหม่และกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน
2. ตะวันออกกลาง มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล สินค้าความมั่นคงทางอาหาร และกลุ่มบริการด้านสุขภาพ
3. ลาตินอเมริกา วิเคราะห์ศักยภาพในฐานะตลาดปลายทางของสินค้าอุตสาหกรรมและวัตถุดิบแปรรูป
อีกทั้งยังได้เดินหน้าโครงการ Special Task Force (STF) เพื่อบุกตลาดใหม่ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการ 175 ราย และสร้างมูลค่าการค้า 700 ล้านบาท
โดยผลการดำเนินงานระยะแรกใน 4 ประเทศ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 106 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 477.52 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังตลาดแอฟริกาและลาตินอเมริกาในช่วงต้นปี 2569
“ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่การส่งออกไทยเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของค่าเงิน มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันที่รุนแรง กรมฯ จึงได้กำหนดกลยุทธ์รักษาตลาดเดิมควบคู่การขยายตลาดศักยภาพใหม่ ครอบคลุมตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน
พร้อมเร่งรุกตลาดใหม่ อาทิ อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา รวมถึงผลักดันสินค้าแห่งอนาคต เศรษฐกิจสีเขียว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย” น.ส.สุนันทา กล่าว
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้า กล่าวว่า กรมฯ ยังเตรียมเร่งขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสหรัฐฯ ภายใต้นโยบายภาษีตอบโต้ โดยจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าและเชื่อมโยงกับผู้นำเข้ารายใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสากล อาทิ OBM กับผู้นำเข้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ เชิญบริษัท Otis McAllister, Inc เยือนไทยในลักษณะ Exclusive Incoming Trade Mission ระหว่าง 24-28 ก.พ. 69 และหารือกับ บริษัท Lidl & Kaufland Asia Pte. Limited บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของยุโรป ที่มีสาขาในหลายประเทศ
รวมทั้งเสนอจัด Business matching กับผู้ส่งออกไทย สร้างโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรป สินค้าที่สนใจ ได้แก่ สับปะรด นํ้ามะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสินค้าประเภทอื่น ๆ ขณะเดียวกัน ได้หารือกับบริษัท Mitsui ประเทศญี่ปุ่น เพื่อวางแนวทางความร่วมมือทางการค้าในอนาคต พร้อมทั้งดำเนินการจัดหาวัตถุดิบ เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก
นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ จัดทำฐานข้อมูลผู้นำเข้าใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศด้วย