

KEY
POINTS
จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2567/2568 เป็นรายเขต 9 เขต ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) โดยกำหนดราคาเฉลี่ยทั่วประเทศในอัตรา 1,152.62 บาทต่อตันอ้อยที่ระดับคุณภาพความหวาน 10 ซี.ซี.เอส
รวมทั้งกำหนดอัตราขึ้น/ลงของราคาอ้อยเท่ากับ 69.16 บาทต่อ 1 หน่วย ซี.ซี.เอส. และกำหนดผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย 493.98 บาทต่อตันอ้อย พร้อมทั้งให้รับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในส่วนของความเห็นของหน่วยงานทั้ง 3 นั้น มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รวมไปถึงการรักษาสภาพคล่องของเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย โดย กระทรวงการคลัง ระบุว่า ได้พิจารณาแล้ว ไม่ขัดข้องกับข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรม
เนื่องจากการกำหนดราคาอ้อย ฤดูการผลิตปี 2567/2568 ขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ได้ดำเนินการตามพ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เรื่อง การจัดทำประมาณการรายได้ การกำหนด และการชำระราคาอ้อยและค่าผลิตน้ำตาลทราย และอัตราส่วนของผลตอบแทนระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นราคาที่ กอน. ได้มีมติเห็นชอบแล้ว
นอกจากนี้ การกำหนดราคาดังกล่าวจะช่วยให้ชาวไร่อ้อย มีเงินทุนหมุนเวียนในการเพาะปลูกและบำรุงรักษาอ้อยและการดำรงชีพต่อไป ซึ่งจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
อย่างไรก็ดี ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2567/2568 ต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น จำนวน 4 เขต คือ เขต 2, 4, 5 และ 7 ซึ่งตามมาตรา 56 แห่งพ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้กองทุนฯ จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับโรงงานเท่ากับส่วนต่างดังกล่าว
ดังนั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย และรักษาสภาพคล่องของเงินกองทุนฯ ให้มีเพียงพอ และไม่ก่อให้เกิดภาระทางการคลังในอนาคต คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ควรพิจารณากำหนดแนวทางในการบริหารจัดการรายได้ของกองทุนฯ ให้มีความเหมาะสมด้วย
รวมทั้งควรมีมาตรการหรือแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเก็บเกี่ยวอ้อยให้ได้คุณภาพดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยสามารถสร้างรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพในระยะยาว
ขณะที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาแล้ว มีความเห็นว่า กระทรวงอุตสาหกรรมควรติดตามความผันผวนของราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญอาจจำเป็นต้องประเมินความเหมาะสมของกลไกราคาและผลตอบแทนอีกครั้งหนึ่ง
อีกทั้งควรมีมาตรการและควรพิจารณาสนับสนุนการยกระดับคุณภาพอ้อยในเขตที่มีราคาอ้อยขั้นสุดท้ายต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้น ติดตามสถานะทางการเงินของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องชดเชยส่วนต่างตามมาตรา 56 และมาตรา 57 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 ในบางเขตคำนวณราคา
ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ากองทุนยังมีสภาพคล่องเพียงพอและไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการกำหนดราคาและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายในฤดูการผลิตถัดไป
ด้าน สำนักงบประมาณ เสนอว่า เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย รวมทั้งเป็นการสร้างหลักประกันอย่างพอเพียงและเหมาะสมให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เห็นควรให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายดำเนินการทบทวนระเบียบมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งแนวทางการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอในการบริหารจัดการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสของอุตสาหกรรมอ้อยไปสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายต่อไป