thansettakij
รัฐบาลจัดทัพองค์กรใหม่ บริหาร ‘เงินทุนวิจัยไทย’ ไม่สะดุด

รัฐบาลจัดทัพองค์กรใหม่ บริหาร ‘เงินทุนวิจัยไทย’ ไม่สะดุด

29 ม.ค. 2569 | 23:07 น.

การประชุมบอร์ด สำนักงาน รวพ. ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่รวม 3 หน่วยบริหารทุนวิจัยและพัฒนาเป็นหน่วยเดียว นัดแรก ไฟเขียวแนวทางบริหารงานช่วงเปลี่ยนผ่าน มั่นใจงานวิจัยไทยไม่สะดุด

KEY

POINTS

  • รัฐบาลจัดตั้งองค์กรใหม่ชื่อ "รวพ." โดยการควบรวม 3 หน่วยงานบริหารจัดการทุนเดิม (PMU) เพื่อรวมศูนย์การบริหารงบวิจัยของประเทศ
  • มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมโยงในการบริหารจัดการงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรม
  • ในช่วงเปลี่ยนผ่านจะใช้ระเบียบการจัดสรรทุนเดิมไปก่อน เพื่อให้การอนุมัติทุนวิจัยสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นัดประชุมคณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. เป็นครั้งแรก ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมของไทย 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในการให้นำระเบียบคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ว่าด้วยการจัดสรรทุนวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2568 ซึ่งเป็นระเบียบเดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในระหว่างการจัดทำระเบียบใหม่ของ รวพ. เพื่อให้ รวพ. สามารถดำเนินการอนุมัติทุนได้อย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้กฎหมายใหม่เพิ่งประกาศใช้ เราก็ประชุมในฐานะบอร์ดรักษาการไปก่อน เพื่อแจ้งระเบียบและมอบอำนาจต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานเกี่ยวกับทุนวิจัยต่าง ๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และหลังจากนั้นก็คงเข้าสู่กระบวนการสรรหาตั้งกรรมการสรรหาบอร์ด พอได้บอร์ดตัวจริงมาแล้ว ก็ต้องนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ซึ่งต้องรอให้มีครม. ชุดใหม่เข้ามาก่อนจึงเสนอได้” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การผลักดันการดำเนินงานด้านทุนการวิจัยถือว่ามีส่วนสำคัญกับการพัฒนาประเทศ เพราะหลายงานวิจัยจะช่วยตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศได้ตรงจุด ซึ่งถ้ามีการจัดตั้งบอร์ดใหม่เสร็จสิ้นแล้ว กระทรวง อว. ก็คงต้องมีการมอบนโยบายไปอีกครั้ง เพราะความสำคัญของรวพ. จะมีทุนวิจัยที่รวบรวมมาอยู่ในที่เดียว ก่อนจะพิจารณาจัดสรรทุนไปตามความเหมาะสม

“การประชุมในวันนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการจัดตั้ง รวพ. โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่เราต้องมีกลไกมารองรับการทำงานตามกฎหมาย ซึ่งเชื่อมั่นว่าในระหว่างที่พวกเราปฏิบัติหน้าที่รักษาการอยู่นี้ สิ่งใดที่เป็นหน้าที่และสามารถช่วยให้ รวพ. ขับเคลื่อนไปข้างหน้าก่อนได้ ก็สมควรต้องเร่งดำเนินการทันที เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภารกิจของประเทศ ก่อนที่จะมีการสรรหาคณะกรรมการและผู้บริหารตัวจริงเข้ามารับไม้ต่อในอนาคต” นายสุรศักดิ์ กล่าว

สำหรับการจัดตั้งหน่วยงาน รวพ. ขึ้นในครั้งนี้ เป็นการควบรวมหน่วยบริหารจัดการทุน (Program Management Unit – PMU) ที่มีอยู่เดิม 3 หน่วยงานหลักของประเทศให้เป็นหน่วยเดียว เพื่อสร้างความเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมของไทย ประกอบด้วย 

1.บพท. (PMU A) หรือ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ 2.บพค. (PMU B) หรือหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม และ 3. บพข. (PMU C) หรือ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยทั้ง 3 หน่วยนี้อยู่ภายใต้ร่มนิติบุคคลของ สอวช. มาตั้งแต่เริ่มปฏิรูประบบ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในปี 2562 การรวมตัวเป็น รวพ. จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการแยกบทบาทเชิงนโยบาย ของ สอวช. ออกจากบทบาทเชิงบริหารจัดการทุน อย่างชัดเจนตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งการผลักดันงานด้านวิจัยและนวัตกรรมนั้น ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายการผลักดันงบวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตามในระหว่างการดำเนินงานของสำนักงาน ตามบทเฉพาะกาล เพื่อให้มีผู้มีอำนาจลงนามและสั่งการตามระเบียบดังกล่าวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รวพ. ได้เสนอที่ประชุมแต่งตั้งผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุน ทำหน้าที่รักษาการแทนผู้อำนวยการ รวพ. ในกรณีที่ผู้อำนวยการ รวพ. ติดภารกิจหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเสนอให้เรียงตามความอาวุโสจากการเข้าดำรงตำแหน่ง 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผอ. หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผอ. หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม แห่งอนาคต และ รศ. ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผอ.หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนผู้อำนวยการรวพ.ตามลำดับ

รมว.กระทรวง อว. กล่าวด้วยว่า ความชัดเจนในวันนี้ จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาคมวิจัยและภาคเอกชนว่า การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างสู่ รวพ. จะไม่เป็นอุปสรรคต่อโครงการวิจัย หน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 3 หน่วย สามารถเดินหน้าอนุมัติทุนวิจัยและทำสัญญากับผู้รับทุนได้ต่อเนื่องทันที โดยไม่ต้องรอระเบียบใหม่ ซึ่งจะช่วยให้โครงการวิจัยสำคัญ ๆ ของประเทศไม่หยุดชะงัก และสามารถส่งมอบผลลัพธ์สู่สังคมและเชิงพาณิชย์ได้ตามเป้าหมาย