thansettakij
ไทยเจ้าภาพประชุม 'IMF–World Bank' ปี 2026 โอลิมปิกการเงินโลก

ไทยเจ้าภาพประชุม 'IMF–World Bank' ปี 2026 โอลิมปิกการเงินโลก

27 ม.ค. 2569 | 11:45 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ม.ค. 2569 | 11:54 น.

ไทยพร้อมแล้ว เป็นเจ้าภาพ 'IMF–World Bank' ปี 2026 เปิดแลนด์มาร์กโอลิมปิกการเงินโลก ดันบทบาทศูนย์กลางการเงินโลก ชู “ขอบฟ้าใหม่” เศรษฐกิจยั่งยืน

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF และ World Bank ในปี 2569 ซึ่งเป็นครั้งที่สองในรอบ 35 ปี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศกว่า 20,000 คน
  • การประชุมจะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons” เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก และทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมความร่วมมือระหว่างประเทศ
  • ไทยจะผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย “Bangkok Initiative” ร่วมกับ IMF เพื่อสร้างแนวปฏิบัติสากลด้านการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม

ประเทศไทยประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี (2026) 2569 นับเป็นครั้งที่สองในรอบ 35 ปี หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี 2534

โดยรัฐบาลมองว่า การได้รับเกียรติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ที่จะยกระดับบทบาทของไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินโลก ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความผันผวนและความแตกขั้วมากขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings ถือเป็นเวทีสูงสุดของภาคการคลังและการเงิน เปรียบเสมือน “โอลิมปิกด้านการคลังและการเงินของโลก” ซึ่งแม้ประเทศไทยไม่เคยมีโอกาสจัดโอลิมปิกด้านกีฬา แต่มีศักยภาพเพียงพอในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกในมิติเศรษฐกิจการเงิน

โดยการประชุมปี 2569 จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รองรับรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จากประเทศสมาชิก 191 ประเทศ รวมผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 20,000 คน

เวทีดังกล่าวจะเป็นพื้นที่หารือประเด็นเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ อาทิ แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงินการคลัง การลดความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยประเทศไทยกำหนดแนวคิดหลักในฐานะประเทศเจ้าภาพคือ
“Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา และมุมมองการพัฒนาที่ก้าวพ้นจากการวัดผลด้วยตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเติบโตจากภายในที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายเอกนิติ ระบุว่า ในโลกยุคใหม่ที่มีความผันผวนและแตกขั้ว (Polarized World) ประเทศไทยมีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ที่สามารถเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ และสะท้อนบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในระบบเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน แนวคิด Empowering People เน้นการยกระดับศักยภาพประชาชนในฐานะรากฐานของระบบเศรษฐกิจ ส่วนแนวคิด Building Resilience มุ่งเสริมภูมิคุ้มกันของประเทศในทุกมิติ ตั้งแต่เศรษฐกิจ การเงิน พลังงาน สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ไทยเจ้าภาพประชุม 'IMF–World Bank' ปี 2026 โอลิมปิกการเงินโลก

ในเชิงเศรษฐกิจ การเป็นเจ้าภาพประชุมระดับโลกครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ผ่านภาคการท่องเที่ยว การบริการ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในระยะกลางและระยะยาว จะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก ให้เห็นศักยภาพของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และบทบาทของไทยในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หนึ่งในผลลัพธ์เชิงนโยบายที่สำคัญจากการประชุมครั้งนี้ คือการผลักดันแนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance หรือการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม โดยประเทศไทยร่วมกับ IMF จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในชื่อ “Bangkok Initiative” เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับประเทศสมาชิกทั่วโลก

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

นายวิทัย ระบุว่า ในปี 2568 ความเสียหายจากภัยคุกคามทางดิจิทัลทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภูมิภาคเอเชียมีประสบการณ์ในการรับมือกับปัญหาด้านดิจิทัลไฟแนนซ์และภัยไซเบอร์จำนวนมาก ซึ่งสามารถนำบทเรียนมาพัฒนาเป็นมาตรฐานสากล ภายใต้ 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงบริการการเงินดิจิทัลอย่างสะดวก (Digital Finance) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินอย่างเท่าเทียมของประชาชนทุกกลุ่ม (Inclusion)

ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีความพร้อมในทุกมิติสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ทั้งระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง ที่พัก ความปลอดภัย ระบบสาธารณสุข และบริการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ ควบคู่กับวัฒนธรรมการต้อนรับและพลังของผู้คน ซึ่งจะสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก

สำหรับแลนด์มาร์กการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ณ ลานอเนกประสงค์ สวนเบญจกิติ ด้านหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาชาติ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน เวลา 04.30–22.00 น. สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะเมืองเจ้าภาพที่พร้อมเชื่อมต่อโลก และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของไทยบนเวทีสากล