ดาวโจนส์ปิดบวก 306.78 จุด นักลงทุนคลายกังวลกรีนแลนด์- รับข้อมูลเศรษฐกิจฟื้น

23 ม.ค. 2569 | 00:32 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ม.ค. 2569 | 00:32 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 306.78 จุด หลังนักลงทุนคลายความกังวลกรณีกรีนแลนด์ และตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้น

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 300 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากความคืบหน้ากรณีพิพาทเรื่องกรีนแลนด์และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  • นักลงทุนคลายความกังวลหลังจากสหรัฐฯ ยกเลิกแผนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก 8 ชาติในยุโรป ซึ่งเป็นมาตรการตอบโต้ในประเด็นกรีนแลนด์
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดเป็นอีกปัจจัยบวก โดยเฉพาะ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจาก 8 ชาติพันธมิตรยุโรป 

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,384.01 จุด เพิ่มขึ้น 306.78 จุด หรือ +0.63%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,913.35 จุด เพิ่มขึ้น 37.73 จุด หรือ +0.55% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,436.02 จุด เพิ่มขึ้น 211.20 จุด หรือ +0.91%

นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 10% จาก 8 ประเทศในยุโรป ได้แก่เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร ซึ่งเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. เพื่อตอบโต้ที่ประเทศเหล่านี้คัดค้านความพยายามของเขาในการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์

ดาวโจนส์ปิดบวก 306.78 จุด นักลงทุนคลายกังวลกรีนแลนด์- รับข้อมูลเศรษฐกิจฟื้น

อีกทั้งทรัมป์ และมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ร่วมกันจัดทำกรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์ 

โดยทรัมป์กล่าวว่าหากข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์ ก็จะเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยมสำหรับสหรัฐอเมริกาและทุกประเทศในกลุ่มนาโต

นักลงทุนยังขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ไตรมาส 3/2568 ขยายตัว 4.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งด้านการใช้จ่ายของทั้งผู้บริโภคและภาครัฐ รวมทั้งการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น

ด้านรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนพ.ย.และต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่งเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกัน

ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้นเพียง 1,000 ราย สู่ระดับ 200,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร พุ่งขึ้น 1.57% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้น 1.22% ส่วนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.1% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง 0.73%

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ในสัปดาห์หน้า โดยมีการคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว