ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบฯชงแก้ 3 ปัญหาร้อนอุตสาหกรรมยาสูบ

22 ม.ค. 2569 | 07:01 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 07:02 น.

เครือข่ายชาวไร่ยาสูบฯชงแก้ 3 ปัญหาร้อนอุตสาหกรรมยาสูบ พร้อมฝากโจทย์พรรคการเมืองหาทางออกเพิ่มรายได้ สนับสนุนพัฒนานวัตกรรมยาสูบไทยให้ก้าวทันโลก

KEY

POINTS

  • ชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและหนี้สิน จึงเสนอให้รัฐตั้งกองทุนช่วยเหลือและส่งเสริมการทำประกันภัยพืชผล
  • ปัญหาบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายที่ทะลักเข้าตลาดส่งผลกระทบทั้งระบบ จึงเสนอให้มีนโยบาย "บุหรี่ผิดกฎหมายต้องเป็นศูนย์" พร้อมเพิ่มโทษและคุมเข้มการขายออนไลน์
  • การยาสูบฯ เผชิญข้อจำกัดทางกฎหมายและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม จึงเสนอให้ภาครัฐเปิดโอกาสให้รับจ้างผลิตบุหรี่และขยายสู่สินค้าอื่นเพื่อสร้างรายได้

นายสุธี ชวชาติ ประธานภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ชาวไร่ยาสูบกว่า 25,000 ครอบครัว แรงงานในไร่และผู้พึ่งพิงรวมกว่าแสนคนทั่วประเทศ กำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก 

อุตสาหกรรมยาสูบสร้างรายได้จากภาษีสรรพสามิตเกือบ 5 หมื่นล้านบาท และส่งออกอีกกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี แต่ชาวไร่กลับต้องเผชิญความเสี่ยงขาดทุน รายได้ลด หนี้สินพุ่ง เหตุจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ขณะเดียวกัน บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายก็ทะลักเข้าตลาด ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

นายสันต์ หารสุโพธิ์ นายกสมาคมการค้าใบยาสูบเตอร์กิซภาคอีสาน กล่าวว่า ต้องการเห็นการตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวไร่ เพื่อเป็นหลักประกันอาชีพ รวมถึงเสนอให้รัฐส่งเสริมการทำประกันภัยยาสูบและพืชผลมูลค่าสูง สนับสนุนการส่งออกใบยาสูบไทย เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป เช่น สกัดนิโคตินเหลว เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับชาวไร่ในอนาคต

นายสุเทพ ทิมศิลป์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ การยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยาสูบฯ ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทั้งการห้ามโฆษณา การใช้โลโก้ และการแสดงตราสินค้าที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ในขณะที่บุหรี่เถื่อนกลับมีบรรจุภัณฑ์สวยงาม สีสันหลากหลาย มีกลิ่นรสให้เลือกมากมาย สะท้อนถึงการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมระหว่างสินค้าถูกกฎหมายกับสินค้าเถื่อน

ทั้งนี้ การยาสูบฯ ต้องรับภาระส่งเงินเข้าคลังสูงสุดถึง 93% ก่อนจะปรับเหลือ 88% และยังต้องดูแลต้นทุนการผลิตทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กำไรเหลือเพียง 12% ต่อซอง หากมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตอีก ยิ่งเอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายเติบโต 

“สิ่งที่ต้องการฝากทุกภาคส่วนคือ ให้เปิดโอกาสให้การยาสูบฯ รับจ้างผลิตบุหรี่ภายใต้เงื่อนไขใช้ใบยาไทยในประเทศ รวมถึงขยายสู่การผลิตสินค้ารูปแบบอื่น เพื่อสร้างทางรอดให้หน่วยงานรัฐ และเพิ่มรายได้เข้าประเทศในระยะยาว”

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนร้านค้าบุหรี่ที่ได้รับใบอนุญาตถูกกฎหมายกว่า 5 แสนรายทั่วประเทศ ระบุว่า บุหรี่เถื่อนเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อร้านโชห่วยในฐานะกลุ่มปลายน้ำ โดยปัจจุบันบุหรี่เถื่อนทะลักเข้าสู่ตลาดสูงเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นสัดส่วน 28% ของตลาด และยังมีบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการใช้เพิ่มขึ้นถึง 2,300% สินค้าเถื่อนเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเงินทุนสีเทา ส่งผลให้ร้านโชห่วยที่ทำธุรกิจสุจริตต้องสูญเสียรายได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ภาคีเครือข่ายยาสูบฯ ยังได้เสนอนโยบายบุหรี่ผิดกฎหมายต้องเป็นศูนย์ โดยต้องการให้มีการเพิ่มโทษผู้กระทำผิดเพื่อป้องกันการการกระทำผิดซ้ำ ยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์และบริษัทขนส่งเพื่อป้องกันการขายทางช่องทางออนไลน์ และการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นกฎหมายศุลกากร โดยมีพรรคการเมืองที่ได้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พรรคเสรีรวมไทย ,พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์