KEY
POINTS
กรมทางหลวง ประกาศดีเดย์เริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่–กาญจนบุรี อย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป หลังจากที่ได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้เส้นทางฟรีทั้ง 8 ด่าน มาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2568
โดยการเริ่มต้นจัดเก็บค่าบริการในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่บริษัท BGSR81 จำกัด ได้ดำเนินการติดตั้งและทดสอบระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง รวมถึงระบบบริหารและควบคุมการจราจรอัจฉริยะ (ITS) เสร็จสมบูรณ์พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ
สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมจะคิดตามประเภทของรถและระยะทางที่ใช้จริงผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางทั้ง 8 แห่ง ซึ่งรถยนต์ 4 ล้อจะมีค่าผ่านทางสูงสุดตลอดเส้นทางอยู่ที่ 150 บาท ในขณะที่รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ จะมีอัตราค่าผ่านทางสูงสุดที่ 350 บาท
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงเตรียมยกระดับการให้บริการมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่–กาญจนบุรี อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้เส้นทางฟรีทั้ง 8 ด่าน มาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2568
ปัจจุบันการติดตั้งระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง ระบบบริหารจราจรอัจฉริยะ (ITS) และระบบควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ ภายใต้การดูแลของบริษัท BGSR81 จำกัด ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและพร้อมให้บริการแล้ว
อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง (คิดตามประเภทรถและระยะทางจริง) การจัดเก็บจะผ่านด่านทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่ ด่านฯ บางใหญ่, นครชัยศรี, ศีรษะทอง, นครปฐมฝั่งตะวันออก, นครปฐมฝั่งตะวันตก, ท่ามะกา, ท่าม่วง และกาญจนบุรี
ตัวอย่างเช่น หากขับรถยนต์ 4 ล้อ จากบางใหญ่ไปลงที่นครชัยศรี จะเสียค่าผ่านทาง 45 บาท แต่หากวิ่งยาวถึงกาญจนบุรีจะเสีย 150 บาท
กรมทางหลวงได้นำเทคโนโลยี ALPR (Automated License Plate Recognition) มาใช้ในการอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ ทำให้รถไม่ต้องหยุดหรือชะลอเพื่อรับบัตรที่ทางเข้า
โดยผู้ใช้ทางสามารถเลือกชำระเงินได้ 2 รูปแบบที่ทางออก ดังนี้
นอกจากนี้ กรมทางหลวงแนะนำให้ผู้ใช้ทางสมัครสมาชิก M-Flow ล่วงหน้าเพื่อความสะดวก โดยจะมีการเปิดจุดบริการสมัครสมาชิกและติดตั้ง RFID Tag ณ บริเวณด้านหลังด่านชั่งน้ำหนักขาเข้าทั้ง 8 ด่าน ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย โดยกำหนดความเร็วสูงสุดสำหรับรถยนต์ 4 ล้อไว้ไม่เกิน 120 กม./ชม., รถโดยสารและรถบรรทุกไม่เกิน 100 กม./ชม. และรถบรรทุกหนักไม่เกิน 80 กม./ชม.