เศรษฐกิจไทย 2569 ฟอร์มตก ประธาน กนอ.ชี้ทางรอด ‘Thailand Do Over’ เร่งรีเซ็ตประเทศไทย

07 ม.ค. 2569 | 01:03 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ม.ค. 2569 | 01:31 น.

ประธาน กนอ. เผยเศรษฐกิจไทย ปี 2569 ยังไม่ได้เหมือน “เป็ดง่อย” แต่อยู่ในสภาวะ‘ไม่มีทรง’ หรือ ฟอร์มตก ไปต่อก็ลำบาก ถอยหลังก็เสี่ยง” แต่ไม่ได้หมดทาง ชี้ทางรอด ‘Thailand Do Over’ เร่งรีเซ็ตประเทศไทย เปลี่ยนโครงสร้าง สร้าง อุตสาหกรรมใหม่ รับมือโลกผันผวนโลก

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจไทย ปี 2569 ยังไม่ได้เหมือน “เป็ดง่อย” แต่อยู่ในสภาวะ‘ไม่มีทรง’ หรือ ฟอร์มตก ไปต่อก็ลำบาก ถอยหลังก็เสี่ยง”
  • โจทย์ในวันนี้ไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คือการออกแบบประเทศใหม่ ประธานกนอ.ชี้ทางรอด ‘Thailand Do Over’ เร่งรีเซ็ตประเทศไทย
  • ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ปฏิรูปรัฐ รับมือโลกผันผวน

วันนี้ (วันที่ 7 มกราคม 2569) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในห้วงเวลาที่หลายคนมองเศรษฐกิจไทย ปี 2569 ว่าเป็นเหมือน “เป็ดง่อย” ที่อ่อนแรงและขาดพลังขับเคลื่อน ผมกลับมองว่า ภาพที่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดเจนกว่า คือคําว่า “ไม่มีทรง” เหมือนนักฟุตบอลที่ฟอร์มตก ไม่ใช่เพราะขาดความสามารถ แต่เพราะร่างกาย ระบบ และสภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้กลับไปเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิม

ตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจสะท้อนภาพ “ไม่มีทรง” อย่างชัดเจน การเติบโตของ GDP อยู่ในระดับตํ่าการลงทุนเอกชนชะลอตัว การส่งออกมีแนวโน้มติดลบ ขณะที่การบริโภคภายในประเทศถูกจํากัดด้วยหนี้ครัวเรือนที่สูงและกําลังซื้อที่อ่อนแรง เศรษฐกิจไทยจึงอยู่ในภาวะ “ไปต่อก็ลําบาก ถอยหลังก็เสี่ยง”

ยิ่งไปกว่านั้น โลกกําลังเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายกีดกันทางการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ประเทศไทยซึ่งเคยได้ประโยชน์จากระบบการค้าเสรีและการย้ายฐานการผลิต กําลังสูญเสียความได้เปรียบจากต้นทุนที่สูงขึ้น ผลิตภาพที่ต่ำ และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ไม่ทันสมัยพอ

ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเคยเป็นเสาหลักอีกต้นหนึ่ง ก็ไม่ใช่คําตอบเดิมอีกต่อไป นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสําคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ขณะที่ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเร่งพัฒนาอย่างจริงจัง หากไทยยังขายภาพเดิม ๆ เราอาจกลายเป็นตัวเลือกที่ “พอใช้ได้” แต่ไม่ใช่ “ตัวเลือกแรก”

ในขณะเดียวกัน การใช้นโยบายการคลังแบบเดิมที่เน้นการอัดฉีดระยะสั้น กําลังเพิ่มความเสี่ยงต่อวินัยทางการเงินและความเชื่อมั่นของประเทศ หากเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ ทั้งเงินฝืด หนี้เสียและความเปราะบางของระบบการเงิน จะยิ่งทวีความรุนแรง และอาจลุกลามไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขยากกว่าเดิมหลายเท่า

ถึงเวลา “Thailand Do Over”

โจทย์ของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คือการออกแบบประเทศใหม่ ให้หลุดพ้น จาก Growth Plus จึงมีความสําคัญ ไม่ใช่เพียงดึงเงินลงทุน แต่ต้องผสมผสานการดูดซับความสามารถจาต่างประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมในประเทศไปพร้อมกัน

ยุทธศักดิ์ สุภสร

โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเร่งเดินหน้าไม่ใช่แค่ถนนหรือรถไฟ แต่รวมถึง ระบบโลจิสติกส์ครบวงจร โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โครงสร้างพลังงานที่ยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม และที่สําคัญที่สุด คือ การยกระดับทักษะแรงงาน ให้ทันโลกใหม่ เพราะในยุคที่เงินลงทุนเคลื่อนย้ายได้ง่าย สิ่งที่นักลงทุนมองหามากกว่าแรงจูงใจทางภาษี คือ “คุณภาพของคน” และ “ความคล่องตัวของระบบ”

อุตสาหกรรมใหม่ กับบทบาทใหม่ของไทย

ประเทศไทยจําเป็นต้องสร้าง “อุตสาหกรรมใหม่” เพื่อทดแทนความได้เปรียบที่กําลังหายไป เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด เทคโนโลยีขั้นสูง และบริการมูลค่าสูง คือพื้นที่ที่ไทยยังมีโอกาส หากภาครัฐและเอกชน เดินไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกันนั้น บทบาทของไทยในเวทีโลกก็ต้องถูกออกแบบใหม่ภายใต้หลัก “สมดุลอย่างยืดหยุ่น” ไม่เลือกข้าง แต่เลือกผลประโยชน์ของชาติเป็นศูนย์กลาง รักษาความสัมพันธ์กับทุกมหาอํานาจ เพื่อใช้ความขัดแย้งของโลกเป็นโอกาส มากกว่าปล่อยให้เป็นความเสี่ยง

ปฏิรูปรัฐ ก่อนปฏิรูปอย่างอื่น

ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้น หากรัฐยังทํางานด้วยความเชื่องช้า ระบบราชการที่ซับซ้อน และวัฒนธรรมที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยต้องการรัฐที่เน้น Speed คือ ความเร็ว ความโปร่งใส และความสะดวกในการทําธุรกิจต้องลดขั้นตอน ลดขนาดองค์กร และจัดการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ยึดหลักนิติธรรม ไม่สนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง “เทาไม่ทํา ดําไม่เอา” เพราะการปฏิรูประบบอื่นจะไร้ผล หากฐานรากของรัฐยังไม่แข็งแรง

นโยบายประชานิยมแบบล้างผลาญอาจสร้างความนิยมระยะสั้น แต่ทิ้งภาระระยะยาวให้ประเทศ โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยที่รายจ่ายรัฐจะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเวลาที่เราต้องหันมาเน้น วินัยทางการคลัง การบริหารทรัพย์สินรัฐอย่างมืออาชีพ และการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจริง

เศรษฐกิจไทยวันนี้อาจ “ไม่มีทรง” แต่ไม่ได้หมายความว่า “หมดทาง” ตรงกันข้าม นี่อาจเป็นจังหวะ สําคัญที่สุดในการ รีเซ็ตประเทศ หากเรากล้าคิดใหม่ กล้าทําจริง และกล้าเปลี่ยนโครงสร้างที่ฉุดรั้งเรามานาน คําถามสําคัญจึงไม่ใช่ว่า เศรษฐกิจไทยจะโตได้แค่ไหนในปีหน้า แต่คือ เราจะออกแบบประเทศไทยให้พร้อมสําหรับอีก 20 ปีข้างหน้าได้หรือไม่ ตั้งแต่วันนี้