KEY
POINTS
วันนี้ (6 มกราคม 2568) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีมติอนุมัติดำเนินงานก่อสร้าง โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตกช่วงบางบัวทอง - บางปะอิน วงเงินลงทุนรวมทั้งโครงการประมาณ 56,000 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้กรมทางหลวงจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
"โครงการดังกล่าว เป็นโครงการตามแผนเดิมอยู่แล้ว และสามารถเสนอเข้ามาในครม.ครั้งนี้ได้เพราะโครงการนี้อยู่ในแผนการใช้ปีงบประมาณ 2569 แลัว"นายพิพัฒน์ ระบุ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการมอเตอร์เวย์สายดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาและศึกษาอย่างรอบด้านมาเรียบร้อยแล้ว ก่อนได้รับการบรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ซึ่งขณะนี้ดำเนินการมาสู่ไตรมาสที่ 2 แล้วโดยการขออนุมัติโครงการนี้ กระทรวงคมนาคมได้สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้รับการแจ้งว่าสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณาได้
เมื่อถามว่าจะถูกมองว่าเป็นการขออนุมัติ งบ ประมาณดำเนินโครงการในช่วงใกล้การเลือกตั้งหรือไม่ นายพิพัฒน์ระบุว่า จะบอกว่าเป็นช่วงเลือกตั้งก็ไม่ได้เนื่องจากโครงการนี้ ได้ผ่านการพิจารณาและอยู่ในงบประมาณปี 2569 ไม่ใช่เพิ่งมาขอหรือเป็นโครงการใหม่ เพียงแต่ว่า เป็นช่วงเพิ่งผ่านการยุบสภาฯ ไปจึงอาจทำให้เป็นที่กังวล
เมื่อถามว่ากังวลว่าฝ่ายการเมืองจะนำเรื่องดังกล่าวไปร้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.หลังหรือไม่ นายพิพัฒน์ ยืนยัน ว่าไม่ได้กังวล เพราะไม่ใช่โครงการใหม่ แต่สิ่งที่ห้ามคือห้ามดำเนินโครงการใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ และหากไปขอจะเป็นปัญหา ดังนั้นจึงมองว่าบางสิ่งบางอย่างรอได้แต่บางสิ่งก็ไม่ควรจะรอ โดยเฉพาะโครงการที่มีแผนเรียบร้อยแล้ว
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า การอนุมัติโครงการครั้งนี้ จะเป็นส่วนของงานโยธา มีวงเงินประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางและเงินงบประมาณสมทบ
ต่อมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติการดำเนินการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ในส่วนของงานโยธา โดยใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางและงบประมาณสมทบของกรมทางหลวง โดยโครงการนี้ จะใช้วงเงินทั้งสิ้นรวม 15,862 ล้านบาท ครอบคลุมในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา
สำหรับการเสนอโครงการเข้ามายังครม.ครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถเสนอเข้ามายังครม.เพื่อพิจารณาได้ เนื่องจากโครงการนี้อยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จึงไม่ได้เป็นกรณีที่ ครม. กระทำการอันเป็นผลที่ผูกพันต่อไปยัง ครม. ชุดต่อไป