thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' ผ่า 4 เทรนด์โลกฉุดศก. แนะปรับบทจาก 'คู่ค้า' สู่ 'พันธมิตร

'ศุภจี' ผ่า 4 เทรนด์โลกฉุดศก. แนะปรับบทจาก 'คู่ค้า' สู่ 'พันธมิตร

02 ธ.ค. 2568 | 14:16 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ธ.ค. 2568 | 14:45 น.

'ศุภจี' รมว.พาณิชย์ ชี้เศรษฐกิจโลกผันผวน 4 เทรนด์สำคัญ ผลักไทยต้องรีเซ็ตยุทธศาสตร์การค้าใหม่ ปรับบทจาก “คู่ค้า” สู่ “พันธมิตร” ดันการค้าไทยเดินหน้า Go Beyond Survive

KEY

POINTS

  • นางศุภจีชี้ 4 เทรนด์โลกที่เป็นความท้าทายและฉุดรั้งเศรษฐกิจ ได้แก่ การลดโลกาภิวัตน์ (De-Globalisation), การลดคาร์บอน (De-carbonisation), การขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล (Digitalisation) และการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ (Demographics)
  • ในสภาวะโลกหลายขั้วอำนาจ (Multipolar World) ที่มีทั้งสหรัฐฯ และจีนเป็นคู่ค้าสำคัญ ไทยจำเป็นต้องวางตัวอย่างมีกลยุทธ์และสร้างสมดุลเพื่อประโยชน์สูงสุด
  • แนะให้ไทยปรับบทบาทจาก "คู่ค้า" สู่การเป็น "พันธมิตร" เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในรูปแบบ 'ทีมไทยแลนด์' เพื่อนำเสนอจุดแข็งของประเทศในเวทีโลก

วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2568) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการทระทรวงพาณิชย์กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Go Thailand 2026 Beyond Surviva หัวข้อ : Trade amid Geopolitics พลิกเกมการค้าไทย ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์โลก ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความผันผวนจาก 4 เทรนด์สำคัญ ได้แก่

De-Globalisation (การลดโลกาภิวัตน์) หลังวิกฤตโรคระบาดและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มันทำให้หลายประเทศ มีการแบ่งขั้วง่ายขึ้น หลายประเทศหันไปพึ่งพาตนเอง 

De-carbonisation (การลดการปล่อยคาร์บอน) นำมาซึ่งมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องสามารถพิสูจน์กระบวนการผลิตและการขนส่งที่ยั่งยืน และตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน

Digitalisation (การขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล) สร้างช่องทางและโอกาสทางการค้าใหม่ที่ไร้พรมแดน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่ปรับตัวไม่ทัน

Demographics (ประชากรศาสตร์) ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แบบและมีประชากรลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศและการบริโภคโดยรวม

นางศุภจี กว่าวว่า ทั้ง 4 เรื่องทำให้เราขยับปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ดีเราสามารถเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ทำให้เราต้องขยับปรับเปลี่ยน แต่ในขณะเดียวกัน เวลาที่มองก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่มีแต่ความท้าทายเท่านั้น ถ้าเปิดตาดูก็สามารถฉวยโอกาส และสามารถเปลี่ยนวิกฤตกลายเป็นโอกาสได้

ทั้งนี้ สภาวะการค้าโลก มีแบ่งหลายขั้วอำนาจ (MULTIPOLAR WORLD) เช่น จีนและสหรัฐฯ สำหรับไทย สหรัฐฯเป็นประเทศที่ส่งออก เป็นอันดับ 1 มีมูลค่าการส่งออก 1.8-1.9 ล้ายล้านบาทต่อปี หรือ 10% ของ GDP ในขณะเดียวกัน จีน เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ทั้งนำเข้าและส่งออก ซึ่งไทยส่งออกไปเป็นอันดับ 2 ฉะนั้นไทยต้องวางตัวให้ถูกช่องและถูกจังหวะ พอโลกมันมีหลายขั้ว เราต้อง ปรับเปลี่ยน หรือ New World Order คือการจัดระเบียบโลกใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่น่าสนใจ 

นอกจากนี้ เราต้องพึ่งพาตัวเอง อย่างเดียวมัน ต้องพึ่งพาคนอื่นด้วย โดยการทำมาค้าขายหรือการเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ อุปสงค์ อุปทาน เลือกพันธมิตรที่เชื่อใจ หรือที่เรียกว่า Friend-Shoring 

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการทระทรวงพาณิชย์

 

รวมถึงการปกป้องทางการค้า (TRADE PROTECTIONISM) เรื่องของการปกป้องทางการค้า โดยที่ใช้ มาตรการทางด้านภาษี และไม่ใช่ภาษี ปัจจุบันไทย กำลังเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ เห็นได้ชัดเจนว่าเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงทำให้หลายประเทศมีการออกมาตรการภาษีเพื่อปกป้องประเทศตัวเอง สุดท้ายคือการเบี่ยงเบนทางการค้า (TRADE DIVERSION) ต้องดูกระแสว่าไปทางไหน และต้องเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ อุปสงค์ อุปทาน ให้ได้ 

“ถ้าเราวางตัวให้ถูกจังหวะ ไทยจะสามารถเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปสงค์–อุปทานใหม่ของโลกได้ การวางตัวของไทยในห่วงโซ่การค้าโลกจากคู่ค้า เป็นพันธมิตร อาศัยหลักการ เป็นมิตร เปิดกว้าง และสร้างประโยชน์ร่วม”

ด้านบทบาทของไทยในห่วงโซ่การค้าโลก จากคู่ค้าสู่พันธมิตร ขณะนี้ประเทศไทยมีดุลการค้าเกินดุลกับอินเดีย ซึ่งทำให้การเจรจาเพื่อขอให้อินเดียซื้อสินค้าไทยเพิ่มเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอินเดียประสบปัญหาขาดดุลการค้ากับไทยอยู่แล้ว กลยุทธ์ใหม่ในการเจรจาคือการเปลี่ยนสถานะจาก "คู่ค้า" เป็น "พันธมิตร" เพื่อการเติบโตร่วมกัน โดยใช้ข้อมูลกำหนดแนวทางเพื่อหาประโยชน์ร่วมกัน 

ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์จากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นทางผ่านสำคัญในการขนส่งจากเหนือลงใต้ และจากตะวันออกไปตะวันตก รัฐบาลมีเป้าหมายในการใช้จุดแข็งนี้ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ (Logistics Hub) และเป็นตัวเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ให้เกิดขึ้นจริง 

นอกจากนี้ การผนึกกำลัง 'ทีมไทยแลนด์' ภาครัฐและเอกชน ความสำเร็จในการปรับบทบาทนี้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบของ 'ทีมไทยแลนด์' โดยภาครัฐทุกกระทรวงจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกัน (One Voice) เช่น การจัดทำ Thailand Pitching Deck เพื่อนำเสนอจุดแข็งของประเทศในทุกเวที 

 

'ศุภจี' ผ่า 4 เทรนด์โลกฉุดศก. แนะปรับบทจาก 'คู่ค้า' สู่ 'พันธมิตร

 

อีกทั้ง ภาคเอกชนเป็นส่วนสำคัญของทีมไทยแลนด์ ซึ่งต้องรวมถึง สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สมาคมธนาคารไทย และภาคเกษตรกรรม เพื่อร่วมกันมองถึงประโยชน์ร่วมของประเทศเป็นสำคัญ 

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ได้วางกลยุทธ์ในระเบียบการค้าโลกใหม่ 3 บทบาท คือ การสร้างความสมดุลเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุด และเข้าไปเชื่อมโยง ทุก Supply Chain ที่เรามีศักยภาพเพื่อปกป้องผู้ ประกอบการภายในประเทศ และเกษตรกร และกระจายความเสี่ยง เช่น สหรัฐฯ และ จีน ซึ่งไทยยังต้องพึ่งพาอยู่ ดังนั้นต้องพยายามหาตลาดอื่นๆ เพื่อที่จะทดแทน

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์กำลังเดินหน้า นโยบาย QUICK BIG WIN พลิกเกมการค้าไทย ใน 4 ด้านสําคัญ 3 ปกป้องตนเองจาก โลกาภิวัตน์ถดถอย (De-globalization) และการแตกกระจาย (Fragmentation) ของมหาอำนาจ

  • นโยบายเชิงรุก เร่งเจรจาและขยายตลาด: เร่งรัดการเจรจา FTA ที่สำคัญ เช่น FTA ไทย-EU, FTA ไทย-EFTA (สมาพันธรัฐยุโรป) และ FTA ไทย-อินเดีย ปรับเปลี่ยนมุมมองการค้า ใช้แนวทางการเจรจาแบบ Business Matching และการทำความตกลงแบบเฉพาะกิจ โดยไม่จำกัดแค่ FTA

 

  • นโยบายเชิงรับ ปรับปรุงมาตรการทางภาษีและที่มิใช่ภาษี เพื่อปกป้องผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย โดยให้เกิดจุดสมดุลที่สามารถแข่งขันได้

เช่น เจรจาข้อตกลงสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายผลักดันสินค้าไทยให้เข้าสู่บัญชี Annex 3 เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้เอง เช่น ข้าวหอมมะลิ

  • นโยบายเชิงฐานรากสร้างทีมไทยแลนด์ที่เข้มแข็ง ให้ทุกภาคส่วนของภาครัฐและเอกชน ต้องรวมตัวเป็น "ทีมไทยแลนด์" และใช้ "Thailand Pitching Deck" เดียวกันในการนำเสนอศักยภาพประเทศสู่เวทีโลก 

สนับสนุน SME และยกระดับการเงิน: ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น depa) เพื่อยกระดับความรู้ทางการเงิน (Financial Ratio) และทักษะ (Upskill/Reskill) ให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

  • นโยบายสร้างเสถียรภาพ เสริมรายได้ฐานราก โดย ชู Food Security เป็นจุดขายวางตำแหน่งสินค้าอาหารและเกษตรกรรมของไทย ให้เป็นแหล่ง "ความมั่นคงทางอาหาร" (Food Security) เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองและมูลค่าสินค้า โดยมีโครงการนำร่องกับซาอุดิอาระเบียและกำลังพิจารณาประเทศอื่นๆ 

 

'ศุภจี' ผ่า 4 เทรนด์โลกฉุดศก. แนะปรับบทจาก 'คู่ค้า' สู่ 'พันธมิตร

 

"การสร้างความร่วมมือร่วมใจ ทางภาครัฐก็สร้างโอกาส เอกชนก็สร้างโอกาส ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ด้วยกัน เมื่อการค้าเดินได้ เศรษฐกิจ ก็เดินหน้า เมื่อเศรษฐกิจ เดินหน้า ประเทศ ไทยก็เติบโตเราจะได้ Go Beyond Survive "