
'สีหศักดิ์' ชี้การทูตยุคใหม่ต้อง Walk the Talk ดันเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตโลก
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ปาฐกถา เวที Go Thailand 2026 เปิด 3 ความในใจ 6 ความท้าทาย ชี้การทูตต้องส่งผลจริงถึงประชาชน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือวิกฤตโลก
KEY
POINTS
- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ชี้ว่าการทูตยุคใหม่ต้องเน้นการลงมือทำจริง (Walk the Talk) เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ท่ามกลางวิกฤตโลก
- นโยบายต่างประเทศต้องมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเดินหน้าสมัครเป็นสมาชิก BRICS และ OECD เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุน
- การดำเนินนโยบายต่างประเทศให้สำเร็จต้องอาศัยความเป็นเอกภาพ ทำงานร่วมกันในลักษณะ "ทีมประเทศไทย" (Thailand Team) เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปาฐกถาพิเศษในงานดินเนอร์ทอล์ค “Go Thailand 2026 : Beyond Survival โอกาสไทยในวิกฤต” ซึ่งจัดโดย “ฐานเศรษฐกิจ” ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน โดยชี้ว่าการต่างประเทศไทยต้อง “Walk the Talk” ไม่ใช่แค่พูด แต่ต้องสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจริง ท่ามกลางระเบียบโลกใหม่ที่ผันผวน ไทยต้องเร่งหาพันธมิตรใหม่ ดันเศรษฐกิจดิจิทัล–สีเขียว สมัคร BRICS–OECD และทำงานแบบ “Thailand Team” เพื่อพาไทยรอดและโตในปี 2026
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า การต่างประเทศในยุคใหม่ต้องไม่ใช่เพียงแค่การเจรจา (Talk) แต่ต้อง Walk the Talk ลงมือทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง
ตลอดเวลากว่า 40 ปีในเส้นทางการทูต และกว่า 2 เดือน ที่เหมือน 2 ปี ในตำแหน่งรัฐมนตรี การทำงานด้านนโยบายต่างประเทศต้องเผชิญทั้งความเร่งด่วนรายวันและแรงกดดันระดับโลก พร้อมย้ำว่าเวทีนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อน “ความในใจ 3 ประการ” และ “ความท้าทาย 6 ประการ” ของการต่างประเทศไทยในยุคโลกปั่นป่วน
3 ความในใจ สะท้อนโจทย์ใหญ่ของประเทศไทย
ประการแรก นายสีหศักดิ์ตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศไทยจึง “หลุดจากเรดาร์” บนเวทีภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ในขณะที่ประเทศสำคัญอย่างจีน อินเดีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม กลับถูกจับตามองมากกว่า สะท้อนว่าศักยภาพการขับเคลื่อนของไทยในช่วงที่ผ่านมาอาจยังไม่เต็มที่
ประการที่สอง แสดงความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และความมั่นคง ว่าการต่างประเทศของไทยจะสามารถปรับตัวได้ทันต่อความผันผวนหรือไม่
ประการสุดท้าย เน้นว่า การต่างประเทศยุคใหม่ต้องส่งมอบผลลัพธ์ที่ประชาชน “สัมผัสได้จริง” ไม่ใช่เพียงคำพูดบนเวทีระหว่างประเทศ แต่ต้องสร้างรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงให้กับประเทศ
6 ความท้าทายใหญ่ของนโยบายต่างประเทศไทย
1. รักษาสมดุลระหว่างปัญหาเฉพาะหน้าและเป้าหมายระยะยาว รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปพร้อมกับยึดยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะจุดจนหลุดเป้าหมายใหญ่
2. การบริหารความขัดแย้งไทย–กัมพูชา
นายสีหศักดิ์เปิดเผยถึงความพยายามใช้การทูตเชิงสร้างสรรค์ แม้จะเกิดเหตุการณ์ทหารไทยเคยประสบเหตุกับทุ่นระเบิดหลายครั้ง จนต้องชะลอความร่วมมือบางส่วน พร้อมเตรียมนำประเด็นเข้าสู่เวทีสากลเพื่อหาข้อเท็จจริง
3. รับมือระเบียบโลกใหม่ที่ไม่แน่นอน
โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่กติกาสากลอ่อนแรง มาตรการฝ่ายเดียวเพิ่มขึ้น ไทยจึงต้อง “ลดความเสี่ยง” และสร้างพันธมิตรใหม่ โดยเฉพาะอาเซียน สหภาพยุโรป และความตกลง RCEP
4. การต่างประเทศต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
การทูตต้องเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และการลงทุน โดยเอกอัครราชทูตทุกประเทศต้องมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน พร้อมผลลัพธ์ที่วัดได้ รวมทั้งการเดินหน้าสู่ BRICS และ OECD เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับมาตรฐานประเทศ
5. เอกภาพภายในประเทศ (Thailand Team)
การต่างประเทศจะสำเร็จไม่ได้ หากทุกกระทรวงไม่ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการค้า การทหาร และการเจรจาระหว่างประเทศ ต้องเป็นพลังเดียวกันในนาม “ทีมประเทศไทย”
6. การสื่อสารและความโปร่งใส
รัฐบาลต้องสื่อสารนโยบายต่างประเทศให้ประชาชนเข้าใจ ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา ลดความเข้าใจผิดในสังคมออนไลน์ และสร้างความไว้วางใจต่อประชาชน
ย้ำ “Go Thailand” ต้องมากกว่าสโลแกน
นายสีหศักดิ์ทิ้งท้ายว่า “Go Thailand” ต้องไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่ต้องเป็นการขับเคลื่อนประเทศอย่างจริงจัง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และบทบาทบนเวทีโลก
"เพื่อให้ประเทศไทยไม่เพียง อยู่รอด แต่สามารถ ก้าวข้ามวิกฤต และแข่งขันได้ในระยะยาว"






