
สนข. ประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ. TOD ปั้นเมืองรอบสถานีรถไฟ 177 แห่ง
สนข. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. TOD ตลอดเดือน เม.ย.นี้ ปลดล็อกกฎหมายพัฒนาเมืองอัจฉริยะรอบสถานีรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรน 177 จุด ปั้นรายได้พื้นที่เชิงพาณิชย์ หนุนค่าตั๋วโดยสารถูกลง
KEY
POINTS
- สนข. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาพื้นที่โดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน (TOD) เพื่อใช้เป็นกฎหมายหลักในการพัฒนาเมือง
- มีเป้าหมายเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงที่มีศักยภาพทั่วประเทศ 177 แห่ง
- สร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อขจัดอุปสรรคในการพัฒนา และนำมูลค่าเพิ่มจากการพัฒนากลับมาอุดหนุนระบบคมนาคมขนส่งให้มีค่าโดยสารที่เหมาะสม
รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สนข. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน พ.ศ. .... ระหว่างวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 รวม 30 วัน
ทั้งนี้การเปิดประชาพิจารณ์ดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย https://www.law.go.th และผ่านการเชื่อมต่อเว็บไซต์กระทรวงคมนาคม https://www.mot.go.th และ สนข. https://www.otp.go.th เพื่อรวบรวมความคิดเห็น จากนั้นเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายต่อไป
สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้มีแนวคิดการพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง หรือ Transit – Oriented Development (TOD) โดยกำหนดให้มีแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง (พ.ศ. 2568 - 2585) เพื่อเป็นกรอบชี้นำการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงที่มีศักยภาพทั่วประเทศ จำนวน 177 แห่ง
ขณะเดียวกันต้องมีกลไกด้านกฎหมายเฉพาะเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวคิด TOD ให้สามารถประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมสอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ขจัดปัญหาอุปสรรคด้านกฎหมายและองค์กรรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนา ก่อให้เกิดความคุ้มค่าคุ้มทุน
นอกจากนี้สามารถนำมูลค่าเพิ่มจากการพัฒนากลับมาอุดหนุนระบบคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพและมีราคาค่าโดยสารที่สมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับประโยชน์ในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ดีสนข.พร้อมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาให้ระบบขนส่งทางรางเป็นระบบการเดินทางหลักที่มีประสิทธิภาพ เร่งพัฒนาให้เกิดเมืองอัจฉริยะน่าอยู่และยั่งยืน โดยพัฒนาให้เกิดการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟทางคู่หรือสถานีรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อกระจายความเจริญไปยังภูมิภาค ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในชุมชน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม






