thansettakij
thansettakij
รถยนต์จมน้ำท่วม!  เปิดขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทันทีเพื่อรักษาสิทธิการเคลมประกัน

รถยนต์จมน้ำท่วม! เปิดขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทันทีเพื่อรักษาสิทธิการเคลมประกัน

02 ธ.ค. 68 | 07:17 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ธ.ค. 68 | 07:23 น.

เคลมประกันรถยนต์จมน้ำจากน้ำท่วมไม่ยาก! รู้วิธีการทำเคลมอย่างถูกต้อง ปกป้องสิทธิ พร้อม 3 กฎเหล็กห้ามทำไม่งั้นจะพลาด

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากของผู้ประสบภัย โดยจะเร่งกระบวนการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยได้โดยเร็วนับจากวันที่ได้รับแจ้ง / วันที่ได้รับเอกสารครบ

ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อขอรับค่าสินไหมทดแทนได้ที่ บริษัทประกันภัยที่ท่านทำประกันภัยและสามารถตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยของท่านได้ที่สำนักงาน คปภ.

การเคลมประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมีขั้นตอนที่สำคัญที่เจ้าของรถควรปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อให้การเคลมสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหา ดังนี้:

1. ไม่ทำการติดเครื่องยนต์หรือขับเคลื่อน

หากรถยนต์ของคุณจมน้ำ ห้ามทำการสตาร์ทเครื่องยนต์หรือขับเคลื่อนรถยนต์เอง เพราะการติดเครื่องยนต์อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้กรมธรรม์ประกันภัยไม่คุ้มครอง และมีผลกระทบต่อการเคลมได้

2. ถ่ายรูป/คลิปสภาพรถยนต์

ให้ถ่ายรูปหรือคลิปสภาพรถยนต์ขณะจมน้ำ โดยให้เห็นทะเบียนรถ และระดับน้ำที่ท่วมถึง เช่น ระดับล้อ, ขอบประตู หรือท่วมเบาะ เพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งเคลม

3. แจ้งบริษัทประกันภัยทันที

โทรศัพท์หรือใช้แอปพลิเคชันของบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเหตุการณ์และขอหมายเลขเคลม (Claim No.) พร้อมระบุพิกัดและระดับน้ำที่ท่วมถึง เช่น ท่วมล้อหรือท่วมเบาะ เพื่อให้บริษัทประกันภัยทราบสถานการณ์

4. ไม่ทำการซ่อมแซมเอง

หากต้องการซ่อมแซมรถยนต์ ต้องแจ้งบริษัทประกันภัยก่อนทุกครั้ง การซ่อมแซมเองอาจทำให้บริษัทประกันภัยปฏิเสธการเคลมในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบสาเหตุของความเสียหายได้

5. รอการประเมินความเสียหายจากบริษัทประกันภัย

เมื่อได้รับหมายเลขเคลมจากบริษัทประกันภัยแล้ว บริษัทจะทำการประเมินความเสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ระยะเวลาการประเมินขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเสียหายและกระบวนการตรวจสอบ

6. ตรวจสอบประเภทกรมธรรม์

  • ประกันภัยประเภท 1: คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมทั้งค่าซ่อมและกรณีเสียหายสิ้นเชิง
  • ประกันภัยประเภท 2/2+ / 3/3+: ไม่คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม (ยกเว้นถ้ามีการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม)

7. ขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

สิ่งที่ต้องทำ:

  • ถ่ายรูปหรือคลิปสภาพรถ
  • แจ้งเหตุการณ์ให้บริษัทประกันภัยทราบ พร้อมขอหมายเลขรับแจ้ง (Claim No.)
  • เตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น สำเนากรมธรรม์, สำเนาทะเบียนรถ, และภาพถ่ายสภาพรถ

การจ่ายเคลมความเสียหายรถยนต์จากน้ำท่วมมี 5 ระดับ

  • ระดับ E: รถยนต์จมน้ำทั้งคัน คืนทุนประกันตามกรมธรรม์
  • ระดับ D: น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมเริ่มต้น 30,000 บาท
  • ระดับ C: น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท
  • ระดับ B: น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อม 15,000-20,000 บาท
  • ระดับ A: น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์ ค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท

8.  3 กฎเหล็ก ห้ามทำสิ่งต่อไปนี้

  • ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์: อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายและไม่ได้รับการคุ้มครอง
  • ห้ามพ่วงไฟหรือสับสวิตช์ (สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า): ป้องกันการลัดวงจร
  • ห้ามลากรถเอง: อาจทำให้เกียร์พังหรือเกิดความเสียหายเพิ่มเติม

9.เทคนิคถ่ายภาพ ทุกมุม

  • มุมกว้าง : เพื่อให้เห็นทะเบียนรถที่ชัดเจน + สภาพแวดล้อม + ระดับน้ำเทียบตัวรถยนต์(เช่น ครึ่งล้อ, ขอบประตู)หรือคราบน้ำที่ตัวรถยนต์
  • มุมเจาะ :  คราบโคลนภายใน (ถ้าเปิดประตูได้ โดยไม่ทำให้น้ำเข้าเพิ่ม),ทรัพย์สินมีค่าในรถ
  • คลิปวิดีโอ : เดินถ่ายรอบคันหากสามารถทำได้ อธิบายวันที่และสถานที่ เพื่อความชัดเจนของเหตุน้ำท่วม

หากมีข้อสงสัยหรือไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้ สามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. ที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอคำแนะนำหรือความช่วยเหลือในการเคลมประกันภัยได้ทันที.