
รถยนต์จมน้ำท่วม! เปิดขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทันทีเพื่อรักษาสิทธิการเคลมประกัน
เคลมประกันรถยนต์จมน้ำจากน้ำท่วมไม่ยาก! รู้วิธีการทำเคลมอย่างถูกต้อง ปกป้องสิทธิ พร้อม 3 กฎเหล็กห้ามทำไม่งั้นจะพลาด
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากของผู้ประสบภัย โดยจะเร่งกระบวนการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยได้โดยเร็วนับจากวันที่ได้รับแจ้ง / วันที่ได้รับเอกสารครบ
ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อขอรับค่าสินไหมทดแทนได้ที่ บริษัทประกันภัยที่ท่านทำประกันภัยและสามารถตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยของท่านได้ที่สำนักงาน คปภ.
การเคลมประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมีขั้นตอนที่สำคัญที่เจ้าของรถควรปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อให้การเคลมสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหา ดังนี้:
1. ไม่ทำการติดเครื่องยนต์หรือขับเคลื่อน
หากรถยนต์ของคุณจมน้ำ ห้ามทำการสตาร์ทเครื่องยนต์หรือขับเคลื่อนรถยนต์เอง เพราะการติดเครื่องยนต์อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้กรมธรรม์ประกันภัยไม่คุ้มครอง และมีผลกระทบต่อการเคลมได้
2. ถ่ายรูป/คลิปสภาพรถยนต์
ให้ถ่ายรูปหรือคลิปสภาพรถยนต์ขณะจมน้ำ โดยให้เห็นทะเบียนรถ และระดับน้ำที่ท่วมถึง เช่น ระดับล้อ, ขอบประตู หรือท่วมเบาะ เพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งเคลม
3. แจ้งบริษัทประกันภัยทันที
โทรศัพท์หรือใช้แอปพลิเคชันของบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเหตุการณ์และขอหมายเลขเคลม (Claim No.) พร้อมระบุพิกัดและระดับน้ำที่ท่วมถึง เช่น ท่วมล้อหรือท่วมเบาะ เพื่อให้บริษัทประกันภัยทราบสถานการณ์
4. ไม่ทำการซ่อมแซมเอง
หากต้องการซ่อมแซมรถยนต์ ต้องแจ้งบริษัทประกันภัยก่อนทุกครั้ง การซ่อมแซมเองอาจทำให้บริษัทประกันภัยปฏิเสธการเคลมในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบสาเหตุของความเสียหายได้
5. รอการประเมินความเสียหายจากบริษัทประกันภัย
เมื่อได้รับหมายเลขเคลมจากบริษัทประกันภัยแล้ว บริษัทจะทำการประเมินความเสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ระยะเวลาการประเมินขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเสียหายและกระบวนการตรวจสอบ
6. ตรวจสอบประเภทกรมธรรม์
- ประกันภัยประเภท 1: คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมทั้งค่าซ่อมและกรณีเสียหายสิ้นเชิง
- ประกันภัยประเภท 2/2+ / 3/3+: ไม่คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม (ยกเว้นถ้ามีการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม)
7. ขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
สิ่งที่ต้องทำ:
- ถ่ายรูปหรือคลิปสภาพรถ
- แจ้งเหตุการณ์ให้บริษัทประกันภัยทราบ พร้อมขอหมายเลขรับแจ้ง (Claim No.)
- เตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น สำเนากรมธรรม์, สำเนาทะเบียนรถ, และภาพถ่ายสภาพรถ
การจ่ายเคลมความเสียหายรถยนต์จากน้ำท่วมมี 5 ระดับ
- ระดับ E: รถยนต์จมน้ำทั้งคัน คืนทุนประกันตามกรมธรรม์
- ระดับ D: น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมเริ่มต้น 30,000 บาท
- ระดับ C: น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท
- ระดับ B: น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อม 15,000-20,000 บาท
- ระดับ A: น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์ ค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท
8. 3 กฎเหล็ก ห้ามทำสิ่งต่อไปนี้
- ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์: อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายและไม่ได้รับการคุ้มครอง
- ห้ามพ่วงไฟหรือสับสวิตช์ (สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า): ป้องกันการลัดวงจร
- ห้ามลากรถเอง: อาจทำให้เกียร์พังหรือเกิดความเสียหายเพิ่มเติม
9.เทคนิคถ่ายภาพ ทุกมุม
- มุมกว้าง : เพื่อให้เห็นทะเบียนรถที่ชัดเจน + สภาพแวดล้อม + ระดับน้ำเทียบตัวรถยนต์(เช่น ครึ่งล้อ, ขอบประตู)หรือคราบน้ำที่ตัวรถยนต์
- มุมเจาะ : คราบโคลนภายใน (ถ้าเปิดประตูได้ โดยไม่ทำให้น้ำเข้าเพิ่ม),ทรัพย์สินมีค่าในรถ
- คลิปวิดีโอ : เดินถ่ายรอบคันหากสามารถทำได้ อธิบายวันที่และสถานที่ เพื่อความชัดเจนของเหตุน้ำท่วม
หากมีข้อสงสัยหรือไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้ สามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. ที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอคำแนะนำหรือความช่วยเหลือในการเคลมประกันภัยได้ทันที.







