thansettakij
thansettakij
5 กูรูชี้โอกาสทองไทย เปิดขุมพลังใหม่ ‘ฮาลาล’ เครื่องจักรเศรษฐกิจแสนล้าน

5 กูรูชี้โอกาสทองไทย เปิดขุมพลังใหม่ ‘ฮาลาล’ เครื่องจักรเศรษฐกิจแสนล้าน

12 พ.ย. 68 | 12:52 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ย. 68 | 12:52 น.

อุตสาหกรรมฮาลาลคือช่องว่างทางโอกาสขนาดใหญ่ที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดโลกเพียง 1.6% ภาครัฐเตรียมแผน Quick-Big-Win ดันไทยเป็นศูนย์กลางฮาลาลภูมิภาค พร้อมปลดล็อกจุดอ่อน SME และใช้ Soft Power ไทยเป็นสะพานเชื่อมความเชื่อมั่นระดับโลก

ในเวทีเสวนาครั้งสำคัญ "Panel Discussion : Halal Economy ขุมทรัพย์ใหม่ทางเศรษฐกิจ" ที่จัดขึ้นโดย "เนชั่น กรุ๊ป" ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและสถาบันการเงินได้ตอกย้ำถึงโอกาสทองของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็น "ศูนย์กลางเศรษฐกิจฮาลาล" ของภูมิภาค โดยระบุชัดว่าอุตสาหกรรมฮาลาลคือ “เครื่องจักรใหม่” ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม (GDP) ของประเทศให้เติบโตอย่างมหาศาล เนื่องจากปัจจุบันไทยยังมีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพียง 1.6% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างทางโอกาสขนาดใหญ่ที่รอการต่อยอด

นายภัทรพล ลิ้มภักดี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้เน้นย้ำว่าโครงสร้างของอุตสาหกรรมฮาลาลนั้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่อาหาร แต่ครอบคลุมมิติอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ยานยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, สุขภาพ, ท่องเที่ยว, แฟชั่น, ยา และเครื่องสำอาง ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์และซัพพลายเชนที่เกี่ยวเนื่องในหลายเซกเตอร์อยู่แล้ว สศอ. จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ผ่านแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลระยะแรก (พ.ศ. 2567-2570) เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็น "ศูนย์กลางฮาลาล" โดยใช้กลไกหลัก 3 ด้าน

หนึ่งคือ ด้านดีมานด์ (Demand) มุ่งส่งเสริมการค้าและสร้างการรับรู้ในตลาดโลก สองคือ ด้านซัพพลาย (Supply) เน้นยกระดับคุณภาพสินค้าและกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะเทรนด์ใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การผลิตแบบโลว์คาร์บอนและการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งออกในอนาคต และสามคือ ด้านอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมพัฒนากลไกสนับสนุนตามนโยบาย Quick-Big-Win

นอกจากนี้ “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย” ยังสามารถนำมาต่อยอดได้ โดยเฉพาะด้านอาหาร แฟชั่น และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายด้านคุณภาพวัตถุดิบ การสอดคล้องกับมาตรฐานฮาลาลของประเทศคู่ค้า รวมถึงการขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้ความเข้าใจหลักศาสนาอิสลาม นายภัทรพลย้ำว่า "ฮาลาลไม่ใช่ของมุสลิมไทย แต่เป็นของคนไทยทั้งประเทศ" และเสนอให้มี “ศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ” เพื่อสร้างมาตรฐานและบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ เนื่องจากฮาลาลคือความเชื่อ ความไว้วางใจ และจริยธรรมทางเศรษฐกิจในฐานะหน่วยงานสนับสนุนผู้ประกอบการรากฐาน

5 กูรูชี้โอกาสทองไทย เปิดขุมพลังใหม่ ‘ฮาลาล’ เครื่องจักรเศรษฐกิจแสนล้าน

ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนผู้ประกอบการรากฐาน ดร. ปณิตา ชินวัตร รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ชี้ว่า สสว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนา SME โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการเข้าใจและแก้ไข "จุดด้อย" ของธุรกิจได้อย่างตรงจุด ทั้งด้านการบริหารจัดการ กระบวนการผลิต การตลาด และคุณภาพสินค้า โดยหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พบคือการเข้าถึงข้อมูล และความเข้าใจผิดที่มองว่าการขออนุญาตหรือรับรองมาตรฐานฮาลาลเป็นเรื่องยุ่งยาก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายตลาด

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องเร่งปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในยุคปัจจุบัน สสว. จึงได้มีการจัดอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบให้ความช่วยเหลือ เช่น โครงการ SME ปัง! ตั้งได้คืน ภายใต้ระบบ BDS (Business Development Service) ในรูปแบบ E-Marketplace ที่ สสว. จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย (Co-payment) ในสัดส่วน 50-80% ดร.ปณิตาได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันแนวคิด "ฮาลาล วัน สตอป เซอร์วิส" (Halal One Stop Service) เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ทั้งสินค้าฮาลาลและสินค้าทั่วไป ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก

5 กูรูชี้โอกาสทองไทย เปิดขุมพลังใหม่ ‘ฮาลาล’ เครื่องจักรเศรษฐกิจแสนล้าน

ด้านการสนับสนุนทางการเงินและแพลตฟอร์มดิจิทัล นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ได้ประกาศ "สามธงสำคัญ" ในการขับเคลื่อน SME ฮาลาล ธงแรกคือ การเติมทุน โดยเตรียมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษที่อัตรา 3% คงที่ 3 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนได้สะดวก ซึ่งรวมถึงสินเชื่อ "ปลุกพลัง SME" วงเงินสูงสุด 1.5 ล้านบาท, สินเชื่อ "Beyond ติดปีก SME" วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท และสินเชื่อ "SME Green Productivity" สำหรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท

ธงที่สองคือ การพัฒนาผู้ประกอบการ โดยเน้นการเตรียมความพร้อมของ SME ก่อนเข้าถึงแหล่งทุน และให้ความสำคัญกับการยกระดับสู่ยุคดิจิทัลผ่าน "DX Platform" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ครบวงจร 24 ชั่วโมง ที่มีเครื่องมือสำคัญ 6 ด้าน เช่น ระบบ Business Health Check, E-Learning, และ SME D Coach แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการฮาลาลสามารถพัฒนาธุรกิจได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสัมมนาแบบ On-site และธงที่สามคือ การร่วมลงทุน

โดยธนาคารพร้อมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อลดภาระทางการเงินและเพิ่มโอกาสขยายกิจการโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้อย่างเดียว นายพิชิตได้เสนอให้จัดตั้ง "ศูนย์บูรณาการเศรษฐกิจฮาลาล" (Halal Economy Integration Center) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางนโยบายและการประสานงานแบบ Single Command เพื่อกำหนดทิศทางและกลไกสนับสนุนที่ครบวงจร

5 กูรูชี้โอกาสทองไทย เปิดขุมพลังใหม่ ‘ฮาลาล’ เครื่องจักรเศรษฐกิจแสนล้าน

นายณรงค์เดช สุขจันทร์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า มาตรฐานฮาลาลไทยภายใต้ชื่อ "The Central Islamic Council of Thailand" เป็น "ฮาลาลของประเทศไทย" ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากทั่วโลกมายาวนานกว่า 70 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 และถือเป็นโลโก้ฮาลาลเดียวของประเทศไทยที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้บนบรรจุภัณฑ์ได้ และเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจคือ โลโก้นี้สามารถนำไปขายได้ทั่วโลก (One Logo, Sell Worldwide) ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่น (trust) ที่มีต่อประเทศไทย

ปัจจุบัน ไทยได้รับการยอมรับในระดับสูง โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองประมาณ 10,000 ราย และมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 200,000 รายการ ซึ่งถือว่าอยู่อันดับต้นๆ ของโลก แม้หลายฝ่ายอาจมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ได้เป็นมุสลิม (non-Muslim) อาจมีเครดิตน้อยในการผลิต แต่ไทยยังคงมีโอกาสสูงในการใช้กลยุทธ์หลักคือการใช้สถานะความเป็น "ครัวโลก" ในการผลิตอาหาร โดยเน้นยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือและการยอมรับซึ่งกันและกัน ล่าสุดในการจัดงาน Grand Halal มีองค์กรที่ทำความร่วมมือกับไทยรวม 156 องค์กร จาก 54 ประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่าฮาลาลไทยสามารถสร้างมูลค่าให้กับสินค้าขององค์กรเหล่านั้นได้

5 กูรูชี้โอกาสทองไทย เปิดขุมพลังใหม่ ‘ฮาลาล’ เครื่องจักรเศรษฐกิจแสนล้าน

เสริมในมิติของโอกาสและการปรับ Mind Set ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBank) ได้ชี้ว่า เพื่อคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจที่เติบโตสูงนี้ ประเทศไทยและผู้ประกอบการต้องเปลี่ยน Mind Set เพื่อยกระดับประเทศสู่การเป็น “Muslim friendly country” โดยจุดแข็งที่สำคัญของไทยคือการเป็นประเทศที่เปิดรับวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ชาวตะวันออกกลางมองประเทศไทยในแง่ดี

เศรษฐกิจอิสลาม (Islamic Economy) ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพมหาศาล เพราะปัจจุบัน 1 ใน 4 ของประชากรโลกคือชาวมุสลิม ทำให้เกิดกำลังซื้อขนาดใหญ่ โดยสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจฮาลาลคือ อาหาร รองลงมาคือเรื่องการท่องเที่ยวและการเดินทาง และสิ่งที่น่าจับตาคือ ประชากรมุสลิมส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อย ซึ่งหมายถึงโอกาสในการเติบโตและกำลังซื้อในอนาคตที่สูงมาก ดร.ทวีลาภอธิบายว่า เศรษฐกิจอิสลามนั้นเป็นมากกว่าการบริโภคทั่วไป แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของศรัทธา หัวใจหลักคือการมีชีวิตที่พอเพียง และหลักการทางการเงินที่ไม่พึ่งพาระบบดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิดความยั่งยืนและความพอเพียงที่สังคมโลกกำลังให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์ที่น่าจับตามองคือ การที่ผู้บริโภคเริ่มมีความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแบรนด์ของตะวันตก (West) ซึ่งสร้างโอกาสให้แบรนด์เล็ก ๆ สามารถสร้างการรับรู้และกำลังซื้อในตลาดอาหรับได้ ในบทบาทของ IBank ในฐานะ Islamic Bank ดร.ทวีลาภกล่าวว่า ธนาคารพยายามทำตัวเป็น "ตัวเชื่อม" ในโลกของการเงินอิสลาม และเป็น "ประตูสำหรับประเทศไทยที่เปิดไปสู่โลก" เพื่อเชื่อมโยงการค้า (Trade) และการลงทุน (Investment) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับเครือข่ายธนาคารอิสลามในประเทศสำคัญ เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

5 กูรูชี้โอกาสทองไทย เปิดขุมพลังใหม่ ‘ฮาลาล’ เครื่องจักรเศรษฐกิจแสนล้าน