
สคบ. ผนึก 12 เอกชนใหญ่ เปิด 'OCPB Fasttrack' แก้ร้องทุกข์ไวกว่าเดิม
สคบ. ร่วมมือ 12 บริษัทชั้นนำ พัฒนาแพลตฟอร์ม “OCPB Fasttrack” ตอบรับยุคดิจิทัล ลดเวลารับเรื่องร้องทุกข์ ซื้อขายออนไลน์จบเร็ว-เป็นธรรม
วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2568) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ภายใต้การกำกับดูแลของ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ "OCPB Fasttrack" ร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจชั้นนำ 12 ราย ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อปฏิวัติกระบวนกการแก้ไขเรื่องร้องทุกข์ของผู้บริโภคให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการซื้อขายออนไลน์ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 ของเรื่องร้องทุกข์ทั้งหมด
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยในพิธีลงนามว่า สคบ. ได้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐแล้ว 17 หน่วยงาน และวันนี้ได้พัฒนา OCPB Fasttrack เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับภาคธุรกิจโดยตรงแบบ Real Time บนแพลตฟอร์ม OCPB Connect เพื่อตอบโจทย์เรื่องร้องทุกข์ที่มีจำนวนมากถึงปีละกว่า 25,000 - 28,000 เรื่อง
โครงการ OCPB Fasttrack ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Fast Digital Shield เชื่อมโยง รวดเร็ว ปกป้องอย่างเป็นธรรม” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ร่วมลงนามสามารถรับทราบเรื่องร้องทุกข์และตอบสนองต่อผู้บริโภคได้ ทันท่วงที ลดข้อพิพาทที่จะนำไปสู่คดีความ โดยมี 3 ประโยชน์หลักคือ
- ผู้บริโภค ได้รับการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่น
- ภาคธุรกิจ ลดข้อพิพาทจากการรับทราบและตอบสนองเรื่องร้องทุกข์โดยตรง
- สคบ. ลดภาระงานและเพิ่มความคล่องตัวในการช่วยเหลือประชาชน
การลงนามครั้งนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีผู้ประกอบธุรกิจชั้นนำ 12 รายร่วมลงนาม ได้แก่
- บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัดบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท เน็กซเตอร์ ดิจิตอล แอนด์ โซลูชั่น จำกัด
- บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัดบริษัท ลาซาด้า จำกัด
- บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
- บริษัท เอสพีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท แอร์เอเชีย ซูเปอร์แอพ (ประเทศไทย) จำกัด
ทั้งนี้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนงานภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยมี 5 นโยบายเร่งด่วนที่สำคัญ ได้แก่
- สังคมปราศจากบุหรี่ไฟฟ้า มุ่งเน้นไปที่การ ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งมีการ ส่งเสริมและให้ข้อมูลความรู้แก่เยาวชน เพื่อให้ทราบถึงภัยอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า
- ลดค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มักจะเช่าอยู่ตาม อพาร์ทเมนต์ หรือ บ้านเช่าทั่วไป ซึ่งผู้ให้เช่ามักคิดค่าไฟฟ้าในอัตราที่แพง โดยมีเป้าหมายคือ ลดค่าไฟให้เหลือ 4.8 บาทต่อยูนิต หรือลดลงมา เกือบ 50% (เช่น หากจ่าย 500 บาท จะเหลือเพียง 200 กว่าบาท) ทั้งนี้ ข้อกำหนดในสัญญาของ สคบ. จะระบุให้ ค่าไฟต้องไม่เกินกว่าอัตราที่การไฟฟ้าเก็บ
- ส่งเสริมการท่องเที่ยว เน้นการสร้าง ความเป็นธรรม ระหว่างผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยว หรือประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องของการทำสัญญาในการ เช่ารถยนต์ หรือ เช่าจักรยานยนต์ เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวหรือธุรกิจส่วนตัว
- คุ้มครองผู้บริโภค "คนละครึ่ง Plus" สคบ. ได้จัดตั้ง ทีมไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และมี สายด่วน เพื่อดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคที่เกิดข้อพิพาทจากการซื้อขายสินค้าภายใต้ โครงการคนละครึ่ง
- อำนวยความสะดวก SME เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ ผู้ประกอบการรายย่อย ที่มาจดทะเบียนธุรกิจ ขายตรง และ ตลาดแบบตรง (เช่น ผู้ค้าขายสินค้าออนไลน์) โดยมีการจัดตั้ง One Stop Service ร่วมกับกรมพัฒนาการค้า เพื่อให้การจดทะเบียนมีความสะดวกยิ่งขึ้น
นอกจาก 5 เรื่องเร่งด่วนข้างต้นแล้ว สคบ. ยังมีงานอื่น ๆ ที่ดำเนินการภายใต้นโยบายนี้ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับสำนักงานแข่งขันทางการค้า และการตรวจจับสินค้าที่นำเข้าโดยผิดกฎหมาย (เช่น กฎหมายด้านฉลากโฆษณา) โดย นายรณรงค์ย้ำว่า โครงการ OCPB Fasttrack ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจสามารถ เติบโตไปด้วยกันได้อย่างสมดุลและเป็นธรรม










