thansettakij
thansettakij
“พิพัฒน์” นำทีมบุกมอสโก ดันโมเดลรถไฟรัสเซีย อัพเกรดระบบรางไทย

“พิพัฒน์” นำทีมบุกมอสโก ดันโมเดลรถไฟรัสเซีย อัพเกรดระบบรางไทย

07 ส.ค. 69 | 07:47 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ส.ค. 69 | 07:48 น.

“พิพัฒน์” นำคณะคมนาคม ลุยกรุงมอสโก ศึกษาแผนบริหาร Moscow Metro ดึงนวัตกรรม Digital Station – Preventive Maintenance ยกระดับระบบรางไทย คุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน

KEY

POINTS

  • รมว.คมนาคม นำคณะเยือนกรุงมอสโก เพื่อศึกษาโมเดลรถไฟใต้ดินสำหรับยกระดับระบบรางของไทย
  • สนใจนำเทคโนโลยีที่เน้นผู้โดยสารเป็นศูนย์กลางมาปรับใช้ เช่น ระบบชำระเงินไร้เงินสดหลากหลายรูปแบบ และการบริหารจัดการเดินรถที่ทำความถี่ได้สูงถึง 90 วินาทีต่อขบวน
  • พิจารณาแนวคิดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันและสัญญาดูแลตลอดอายุการใช้งาน (Life-Cycle Contract) เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการลงทุนระยะยาว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังการลงพื้นที่พร้อมคณะเดินทางปฏิบัติภารกิจ ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Moscow Metro แลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการระบบรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ ตั้งแต่โครงสร้างสถานี ระบบการเดินรถ การบริหารจัดการขบวนรถ ไปจนถึงระบบซ่อมบำรุง เพื่อนำแนวทางและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทย

ทั้งนี้ภายหลังการเข้าเยี่ยมชมสถานี Maryina Roshcha ในสาย Big Circle Line พบว่าสถานีแห่งนี้มีการประยุกต์ใช้แนวคิด Digital Station และ Passenger-Centric Service โดยมุ่งเน้นผู้โดยสารเป็นศูนย์กลางอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้นวัตกรรมระบบข้อมูลผู้โดยสารแบบ Real-Time และระบบการชำระค่าโดยสารที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งบัตรธนาคาร, QR Code 

นอกจากนี้รวมถึงระบบสแกนใบหน้า (Biometric) ส่งผลให้ปัจจุบันผู้โดยสารของ Moscow Metro สูงถึง 93% เลือกชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและลดความหนาแน่นในสถานีได้อย่างมีประสิทธิภาพในด้านประสิทธิภาพการเดินรถ Moscow Metro


 

ทั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในระบบที่บริหารจัดการได้ยอดเยี่ยมระดับโลก โดยในช่วงเวลาเร่งด่วนสามารถทำระยะห่างระหว่างขบวน (Headway) ได้กระชับเพียงประมาณ 90 วินาที ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการระบบควบคุมการเดินรถ ความพร้อมของขบวนรถ และระบบการบำรุงรักษา (Maintenance) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

ขณะเดียวกันคณะกระทรวงคมนาคมยังได้เข้าหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการ Fleet รถไฟฟ้าและการซ่อมบำรุง ณ Aminevskoye Electric Depot ซึ่งปัจจุบัน Moscow Metro มีตู้รถไฟให้บริการรวมเกือบ 7,000 ตู้ โดยศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งนี้รับผิดชอบรถไฟฟ้า 31 ขบวน (ขบวนละ 8 ตู้) ในช่วงเวลาเร่งด่วนสามารถปล่อยรถออกให้บริการได้ถึง 28 ขบวน ขณะที่อีก 3 ขบวนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและบำรุงรักษา เพื่อรักษาความพร้อมและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดตลอดเวลา

ส่วนแนวคิดการซ่อมก่อนเสีย (Preventive Maintenance) ซึ่งวิเคราะห์จากระยะทางสะสม (Mileage) ควบคู่กับข้อมูลความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์มาใช้วางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้า รวมถึงรูปแบบสัญญา Life-Cycle Contract ที่กำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตั้งแต่การจัดหาขบวนรถ ไปจนถึงการบำรุงรักษาตลอดวงจรชีวิตของรถไฟฟ้า 

 

"เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทยครับ เพราะการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานทางราง เราจะมองแค่ราคาจัดหาในตอนแรกไม่ได้ แต่ต้องพิจารณาถึง Life-Cycle Cost หรือต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ความพร้อมในการให้บริการ และความน่าเชื่อถือของขบวนรถด้วย เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์จากเงินลงทุนของประเทศและภาษีของประชาชน เกิดความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะเดินทางปฏิบัติภารกิจ ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อร่วมหารือผู้เชี่ยวชาญจาก Moscow Metro แลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการระบบรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ เพื่อนำแนวทางและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทย

สำหรับการเยือนกรุงมอสโกในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงคมนาคมในการนำโมเดลความสำเร็จระดับสากล มาปรับใช้ยกระดับการให้บริการรถไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งในแง่ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร และประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณอย่างยั่งยืน