thansettakij
เศรษฐกิจโลกเสี่ยงหากสหรัฐฯชัตดาวน์เกิน 1 ไตรมาส ซ้ำเติมส่งออก-ท่องเที่ยวไทย

เศรษฐกิจโลกเสี่ยงหากสหรัฐฯชัตดาวน์เกิน 1 ไตรมาส ซ้ำเติมส่งออก-ท่องเที่ยวไทย

06 ต.ค. 2568 | 00:09 น.

เศรษฐกิจโลกเสี่ยงมีแรงกดดันต่อการขยายตัวหากสหรัฐฯชัตดาวน์เกิน 1 ไตรมาส ซ้ำเติมส่งออกและท่องเที่ยวไทยช่วงท้ายปี

KEY

POINTS

  • การชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อเกิน 1 ไตรมาส อาจทำให้ GDP สหรัฐฯ ลดลงอย่างน้อย 1% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ
  • สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
  • ภาวะชัตดาวน์ที่ยาวนานจะเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงินโลก และเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงได้อีก

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล DEIIT คาดว่า การเกิด US Government Shutdown ครั้งนี้มีโอกาสยืดเยื้อสูง ประกอบกับระบบเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดดันทางการค้าอยู่แล้ว 

หากมีการปิดทำการของหน่วยงานของรัฐเกิน 1 ไตรมาสจะทำให้ จีดีพีสหรัฐฯ ลดลงไม่ต่ำกว่า 1% โดยการลดลงของจีดีพีสหรัฐฯในระดับดังกล่าว จะส่งแรงกดดันต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและมูลค่าการค้าระหว่างประเทศอย่างมีนัยยสำคัญ 

และแน่นอนย่อมซ้ำเติมต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยวของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ขณะเดียวกันได้เพิ่มความเสี่ยงและความผันผวนต่อตลาดการเงินทั่วโลก กรณียืดเยื้อจะเพิ่ม ความผันผวน ความเสี่ยงที่สหรัฐอเมริกาอาจถูกปรับลดเครดิตความน่าเชื่อลงได้อีกในอนาคต และทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการถือครองดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯลดลงอีก 

เศรษฐกิจโลกเสี่ยงหากสหรัฐฯชัตดาวน์เกิน 1 ไตรมาส ซ้ำเติมส่งออก-ท่องเที่ยวไทย

ภาวะดังกล่าวจะทำให้การใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินและการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อต่อสู้กับการชะลอตัวของเศรษฐกิจมีข้อจำกัดมากขึ้น 

นายภัทรพงษ์ มาลาวัลย์ นักวิจัย DEIIT มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การเกิด government shutdown ไม่ได้สะท้อนว่าสหรัฐล้มละลาย แต่เป็นผลจากความขัดแย้งทางการเมืองในคองเกรส ที่ไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณหรือมาตรการขยายเวลา (Continuing Resolution) ได้ทันก่อนสิ้นปีงบประมาณ30 ก.ย. 2025 ทำให้หน่วยงานรัฐ ที่ไม่ได้มีภารกิจสำคัญหรือภารกิจหลักต้องหยุดชั่วคราว 

ขณะที่บริการหลัก เช่น กลาโหม ความมั่นคง และการแพทย์ฉุกเฉินยังคงดำเนินต่อ และ มองว่า ปัญหาหนี้สาธารณะจะยังคงเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯและตลาดการเงินโลกต่อไป