
เอกชนหวัง ครม.คนนอก-ในดึงจุดแข็งทำงานเป็นทีมขับเคลื่อนประเทศ
เอกชนชี้หัวใจสำคัญของ ครม. ต้องทำงานเป็นทีม ระบุคนนอกและคนในถ้าผสานจุดแข็งเข้าด้วยกันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนมองว่า ครม. ชุดใหม่เป็นการผสมผสานระหว่าง "คนนอก" ที่มีความเชี่ยวชาญ และ "คนใน" ที่มีประสบการณ์ ซึ่งหากทำงานร่วมกันได้ดีจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
- หัวใจสำคัญคือการทำงาน "เป็นทีม" และมี "ทิศทางเดียวกัน" โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เชื่อมประสานการทำงานของทั้งสองกลุ่ม
- สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการไม่ใช่ตัวบุคคล แต่คือประสิทธิภาพในการตัดสินใจ ความต่อเนื่องของนโยบาย และเสถียรภาพของรัฐบาลเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ว่า ถ้ามองเชิงโครงสร้าง ครม. ชุดนี้มีทั้ง “คนนอก” ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
และ “คนใน” ที่มีประสบการณ์เชิงระบบราชการ ซึ่งหากสามารถผสานจุดแข็งเข้าด้วยกันได้ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำงาน “เป็นทีม” และ “เดินไปในทิศทางเดียวกัน”
สิ่งที่ควรคำนึง คือ คนนอกมักมีข้อได้เปรียบด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญเชิงลึก แต่อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้กลไกการเมืองและระบบราชการ
ขณะที่คนในจะเข้าใจระบบอยู่แล้ว แต่ก็มีโจทย์ที่ต้องประสานหลายด้าน ดังนั้น บทบาทของนายกรัฐมนตรีจึงสำคัญมากในการเชื่อมและผสานทั้งสองมุมมองเข้าด้วยกัน เพื่อให้ ครม. ทำงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง
สำหรับภาคเอกชน สิ่งที่ต้องการเห็นไม่ใช่ว่าใครเป็นคนนอกหรือคนใน แต่คือ ประสิทธิภาพในการตัดสินใจและความต่อเนื่องของนโยบาย เพราะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงเปราะบาง
นักลงทุนและผู้ประกอบการจับตาเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นหลัก ถ้า ครม. สามารถส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเดินไปในทิศทางเดียวกัน มีเอกภาพ และมีผลงานที่จับต้องได้เร็ว ก็จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้











