
เส้นทางชีวิต 'อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ' เลขาฯสภาพัฒน์หญิงคนแรก
ทำความรู้จัก 'อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ' เลขาฯสภาพัฒน์คนที่ 17 ที่เป็นผู้หญิงคนแรกของไทย พร้อมย้อนไปถอดรหัสมุมมอง วิธีคิด หลักการในการทำงานที่น่าสนใจ
นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายโดยมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 26 สิงหาคม 2568 จาก "เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)" ให้เป็น "เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หรือ สศช. คนใหม่ แทนที่ 'ดนุชา พิชยนันท์' ที่ครม.โยกไปเป็นเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีผล 1 ตุลาคม 2568
อ้อนฟ้า เป็นเครือญาติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นบุตรของนายชลิต เวชชาชีวะ (น้องชายบิดานายอภิสิทธิ์) นอกจากจะเป็นเลขาธิการก.พ.ร. ที่เป็นสุภาพสตรีคนแรกของประเทศไทยแล้ว การโยกย้ายล่าสุดไปเป็น เลขาฯสภาพัฒน์คนใหม่ ก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง เพราะเป็นสุภาพสตรีคนแรก จากในอดีตเลขาสศช.เป็นชายล้วนทั้ง 16 คน
รายนามอดีตเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ซึ่งเป็นชื่อเดิมของสภาพัฒน์)
1. นายสุนทร หงส์ลดารมภ์ (พ.ศ. 2493-2499)
2. นายฉลอง ปึงตระกูล (พ.ศ. 2499-2506)
3. นายประหยัด บุรณศิริ (พ.ศ. 2506-2513)
4. นายเรณู สุวรรณสิทธิ์ (พ.ศ. 2513-2516)
5. ดร.เสนาะ อูนากูล (พ.ศ. 2516-2518 และ พ.ศ. 2523-2532)
6. นายกฤช สมบัติสิริ (พ.ศ. 2518-2523)
7. นายพิสิฏฐ ภัคเกษม (พ.ศ. 2532-2537)
8. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (พ.ศ. 2537-2539)
9. นายวิรัตน์ วัฒนศิริธรรม (พ.ศ. 2539-2542)
10. นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม (พ.ศ. 2542-2545)
11. นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช (พ.ศ. 2545-2547)
12. ดร.อำพน กิตติอำพน (พ.ศ. 2547-2553)
13. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ (พ.ศ. 2553-30 กันยายน 2558)
14. ดร.ปรเมธี วิมลศิริ (1 ตุลาคม 2558-10 เมษายน 2561)
15. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ (29 มิถุนายน 2561-28 ธันวาคม 2561 ในชื่อเดิม, และ 29 ธันวาคม 2561-30 กันยายน 2563 ในชื่อใหม่ สภาพัฒน์)
16. นายดนุชา พิชยนันท์ (1 ตุลาคม 2563-ปัจจุบัน)
เส้นทางชีวิตและวิธีคิดในการทำงาน
เส้นทางการศึกษาและรับราชการ นางสาวอ้อนฟ้ามีพื้นฐานการศึกษาที่แข็งแกร่ง โดยจบการศึกษาเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , Master of Science in Policy Economics จาก University of Illinois at Urbana-Champaign, สหรัฐอเมริกา และ Master of Public Policy จาก National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) ที่ญี่ปุ่น
เส้นทางการรับราชการของเริ่มต้นจากการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล และเลือกใช้ทุนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แม้จะต้องใช้ทุนเพียง 4 ปี แต่กลับทำงานอยู่ที่นั่นนานถึง 24 ปี
ในระหว่างนั้นได้เติบโตจากตำแหน่งเริ่มต้นจนกระทั่งเป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนที่จะย้ายมาที่สำนักงาน ก.พ.ร. ในตำแหน่งรองเลขาธิการ ก.พ.ร. ในช่วงเดือนมกราคม 2562 ถึงกุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดคือ เลขาธิการ ก.พ.ร. ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
ฐานเศรษฐกิจ มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ น.ส.อ้อนฟ้า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ.ร. ถึงบทบาทต่อการพัฒนาระบบราชการไทย ซึ่งเจ้าตัวนิยามงานของตัวเองว่าเป็น "งานปิดทองหลังพระ" เพราะระบบราชการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้การทำงานของข้าราชการตอบโจทย์และปรับตัวเข้ากับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
กลยุทธ์และหลักคิดในการบริหารงาน เมื่อย้ายมาที่ ก.พ.ร. ได้พัฒนากลยุทธ์การบริหารงานที่สำคัญ นั่นคือ "การปรับตัว" โดยเน้นย้ำว่าการปรับตัวที่ดีที่สุดคือการพยายามทำความเข้าใจบริบทขององค์กรใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ภารกิจ เป้าหมาย วิถีชีวิต การทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือ "วัฒนธรรมองค์กร" เพราะเชื่อว่าการเข้าใจคนในองค์กรอย่างแท้จริงจะนำไปสู่การปรับตัวและการกำหนดนโยบายให้เดินหน้าไปด้วยกันได้
หลักคิดสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการมองว่าบุคลากรคือสินทรัพย์ที่มีคุณค่าที่สุดขององค์กร (Valuable asset) การจะดึงคุณค่าของบุคลากรออกมาได้ คือการทำให้พวกเขามีความสุข ซึ่งต้องเกิดจากการเข้าอกเข้าใจคนในองค์กร ใช้วิธีการรับฟังความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างผ่าน Townhall เพื่อให้พนักงานได้สื่อสารปัญหา ข้อเสนอแนะ และสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกัน
มุมมองต่อบทบาทผู้บริหารหญิง ในฐานะผู้หญิงที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำระดับสูง นางสาวอ้อนฟ้าได้แบ่งปันมุมมองว่า ผู้หญิงมีข้อดีในการช่วยให้ซอฟท์ลง โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ตึงเครียดหรือการเผชิญหน้าในการประชุม ทำให้เกิดการประนีประนอมเพื่อหาทางออกได้ง่ายขึ้น ซึ่งสังคมไทยยังให้เกียรติผู้หญิงในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดอาจเกิดขึ้นได้ในวัฒนธรรมที่ยังเชื่อว่าผู้ชายเป็นใหญ่ แต่เธอมองว่าในสังคมไทยนั้นมีลักษณะเช่นนี้น้อย และประเทศไทยให้โอกาสผู้หญิงและเพศอื่นๆ ค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับสังคมอื่น ๆ ที่เธอเคยมีประสบการณ์ เช่น ญี่ปุ่นหรือเกาหลี ซึ่งผู้หญิงมักถูกกดมากกว่า
บุคลิกและปรัชญาการทำงานส่วนตัว นางสาวอ้อนฟ้าให้นิยามความเป็นตัวตนของเธอว่าเป็นคนจริงจังกับการทำงาน โดยเน้นความจริงจัง ข้อมูลต้องเป็นข้อเท็จจริง และเป็นคนตรงไปตรงมา แสดงความคิดเห็นตามที่คิด แต่ก็ต้องระมัดระวังในบางครั้งในความเป็นทั้งคนจริง และ คนตรง






