
นายกฯ เซ็นคำสั่งตั้ง 2 ทีม กู้วิกฤตเศรษฐกิจ-น้ำมันแพง
นายกฯ เซ็นตั้ง 2 ทีมกู้วิกฤตเศรษฐกิจ-น้ำมันแพง ทั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ นายกฯ และรองนายกฯ รวมทั้งปลัดกระทรวง เทียบครม.เศรษฐกิจ อีกชุดเป็นคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ ปลัดคลังเป็นประธาน
วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อมาแก้วิกฤตเศรษฐกิจและราคาน้ำมันแพง
สำหรับการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ มีรายละเอียด ดังนี้
เหตุผลของการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ
เนื่องจากเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศขึ้นในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของไทย ทำให้หลายประเทศ
รวมทั้งไทยต้องประสบปัญหาที่กระทบต่อต้นทุนราคาพลังงานและวัตถุดิบ ส่งผลต่อการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งการขาดแคลนวัตถุดิบที่สำคัญในห่วงโซ่การเกษตรอันส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน
ดังนั้นเพื่อให้การบริหารสถานการณ์และการดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจดังกล่าว ระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเป็นไปอย่างบูรณาการ ทันต่อสถานการณ์ และสามารถบรรเทาผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายกฯ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ขึ้น
องค์ประกอบ และหน้าที่และอำนาจคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ มีดังนี้
- นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รองประธานกรรมการ
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ รองประธานกรรมการ
- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ รองประธานกรรมการ
- นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ รองประธานกรรมการ
- นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ รองประธานกรรมการ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรรมการ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรรมการ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
- ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ
- ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
- ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ และเลขานุการ
- ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ
- ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
- ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
- เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรรมการ
- เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
- เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กรรมการ
- ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ
- ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการ
- รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
- ผู้แทน สศช. กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
- ผู้แทน สมช. กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
อำนาจและหน้าที่
1.กำหนดแนวทางการบูรณาการ และขับเคลื่อนให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ถือปฏิบัติเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้คลี่คลายลงโดยเร็ว รวมทั้งกำหนดแผนเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤตเศรษฐกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด
2.กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามแนวทางการบูรณาการ และขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และรายงานผลการดำเนินงานต่อนายกฯ หรือคณะรัฐมนตรี (ครม.)
3.กลั่นกรอง ให้ข้อเสนอแนะ หรือความเห็นในการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากผลกระทบของสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจต่อนายกฯ หรือครม.
4.ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงและรายงานข้อมูล หรือผลการดำเนินการ ให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะรวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามคำสั่งนี้
5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสม
6.ปฏิบัติการอื่นใดตามที่นายกฯ มอบหมาย
ส่วนอีกชุดที่นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คือ คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ
เหตุผลของการตั้งคณะอนุกรรมการฯ
เพื่อให้การดำเนินการของคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในส่วนของการเตรียมแผนรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ การกำหนดแนวทางการบูรณาการ และการขับเคลื่อนให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสม
รวมทั้งให้การกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้น
องค์ประกอบ หน้าที่ และอำนาจ ดังนี้
- ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ
- รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มอบหมาย เป็นรองประธานอนุกรรมการ คนที่ 1
- รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มอบหมาย เป็นรองประธานอนุกรรมการ คนที่ 2
- ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ อนุกรรมการ
- ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุกรรมการ
- ผู้แทนกระทรวงคมนาคม อนุกรรมการ
- ผู้แทนกระทรวงพลังงาน อนุกรรมการ
- ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ อนุกรรมการ
- ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย อนุกรรมการ
- ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม อนุกรรมการ
- ผู้แทนสำนักงบประมาณ อนุกรรมการ
- ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อนุกรรมการ
- ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง อนุกรรมการและเลขานุการ
- ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
- ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
- ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
อำนาจและหน้าที่
ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ กลั่นกรอง ให้ข้อเสนอแนะ หรือความเห็นในการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจต่อคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ
รวมทั้งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤตเศรษฐกิจเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ เชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงและรายงานข้อมูล หรือผลการดำเนินการ
เช่นเดียวกับจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของอนุกรรมการ และรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจเป็นระยะ
วันที่ 19 ก.ค.พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า การทำหน้าที่ของคณะกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าว จะมีลักษณะเดียวกันกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มีการนำหน่วยงานทางเศรษฐกิจเข้ามาหารือและบูรณาการการทำงานร่วมกันในการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ การให้ข้อเสนอแนะและความเห็นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาในภาพใหญ่ของประเทศและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
การกำหนดแนวทางการบูรณาการและขับเคลื่อนมาตรการและกลไกต่าง ๆ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งให้มีการกำกับติดตามและประเมินผลด้วย นอกจากนี้จะจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งจะได้กำหนดรายละเอียดและวิธีปฏิบัติตามห้วงเวลาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้จะมีการเชิญภาคเอกชนและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมในการดำเนินการด้วย
พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า การจัดตั้งกลไกของคณะกรรมการฯ และ คณะอนุกรรมการฯ นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบของเศรษฐกิจโลก การค้าการลงทุน พลังงาน อาหาร เงินเฟ้อ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้สามารถแก้ไขปัญหาไปในทิศทางเดียวกันอย่างรวดเร็วและทันเวลา
พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่เป็นข้อกังวลที่คณะอนุกรรมการฯ จะต้องใช้ฐานข้อมูลเดิมที่สภาความมั่นคงแห่งชาติรวบรวมไว้ และพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อประเมิน วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน คือเรื่องราคาพลังงาน การประหยัดพลังงาน การควบคุมราคาสินค้า และมาตรการด้านการเงินการคลังเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ
ซึ่งขณะนี้คณะอนุกรรมการได้เริ่มขับเคลื่อนแล้ว และคาดว่านายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ทางหนึ่งที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ได้คือการประหยัดพลังงาน ที่จะมีส่วนช่วยได้ทั้งภาพรวมของประเทศและตัวเราเองด้วย





