
แพทย์ระบุชัดอาการลองโควิด Long Covid เพศหญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าชายเช็คเลย
แพทย์ระบุชัดอาการลองโควิด Long Covid เกิดได้ทุกเพศทุกวัย ผลสำรวจเผยเพศหญิงมีความเสี่ยงสูงสุดมากที่สุดจากผลกระทบติดเชื้อโควิด
อาการลองโควิด Long Covid มีหลายคนตั้งคำถามว่าเพศไหนมีความเสี่ยงสูงสุด เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanara น่าสนใจมาก โดยอาจารย์แพทย์หมอธีระ ระบุ ว่า ตัวเลขยอดติดเชื้อโควิด เมื่อวานนี้ ( 24 เม.ย.) ทะะลุ 509 ล้านไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้
- ทั่วโลกติดเพิ่ม 542,456 คน
- ตายเพิ่ม 1,527 คน
- รวมแล้วติดไปรวม 509,057,806 คน
- เสียชีวิตรวม 6,241,856 คน
5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ
- เยอรมัน
- ฝรั่งเศส
- เกาหลีใต้
- อิตาลี
- ญี่ปุ่น
จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 8 ใน 10 อันดับแรก และ 14 ใน 20 อันดับแรกของโลก
จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 83.63 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 81.4การติดเชื้อใหม่ในทวีปเอเชียนั้นคิดเป็นร้อยละ 33.34 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 36.28
สถานการณ์ระบาดของไทย
- เมื่อวานนี้ (24 เม.ย.65) จำนวนติดเชื้อใหม่ รวม ATK สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย
- ในขณะที่จำนวนเสียชีวิตเมื่อวาน สูงเป็นอันดับ 5 ของโลก
- ทั้งนี้จำนวนคนเสียชีวิตของไทยเมื่อวานนั้นคิดเป็น 23.41% ของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย
การป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อย่อมดีที่สุด
- ภาวะผิดปกติหลังจากติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่เรียกว่า "Long COVID" หรือ "Post-COVID Syndrome" นั้นจะเป็นปัญหาระยะยาว ทั้งต่อคนที่เป็น สมาชิกในครอบครัว/คนรัก/คนใกล้ชิด ที่ทำงาน และสังคม
- เกิดขึ้นได้ทั้งคนที่เคยติดเชื้อแบบไม่มีอาการ มีอาการน้อย หรือมีอาการรุนแรง
- โอกาสเกิดราว 20-40% ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูง ยิ่งหากประเทศใดมีคนติดเชื้อมาก โอกาสเจอผู้ป่วยระยะยาวที่เป็น Long COVID ก็ยิ่งมากเป็นเงาตามตัว
แม้มีงานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนครบ จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะ Long COVID ลงได้ราว 40% แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีนที่ใช้ และถึงแม้จะลดความเสี่ยงลงได้บ้าง แต่พอคูณเป็นจำนวนผู้ป่วยจริง (absolute number) ที่จะเกิดขึ้นก็ยังคงมหาศาล
ล่าสุดมีงานวิจัยจาก Taquet M และทีมงาน เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Brain, Behavior, and Immunity วันที่ 22 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา โดยทำการศึกษาแบบเปรียบเทียบย้อนหลังในประชากรของสหรัฐอเมริกาที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในช่วงมกราคมถึงสิงหาคม 2564 ที่มีประวัติได้รับและไม่ได้รับวัคซีน จำนวนราวกลุ่มละ 10,000 คน พบว่าอัตราการเกิด Long COVID ไม่ได้แตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ได้รับวัคซีนและไม่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการวิจัยขนาดใหญ่ที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้การป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนมาแล้วหรือไม่ก็ตาม
Long COVID เกิดได้ทุกเพศ ทั้งชายและหญิง ทุกวัย ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต วัยทำงาน และคนสูงอายุ
- เพศหญิงเสี่ยงกว่าเพศชาย
- ผู้ใหญ่เสี่ยงกว่าเด็ก
- ป่วยปานกลางและรุนแรง เสี่ยงกว่าป่วยน้อยและไม่มีอาการ แต่ทุกประเภทจะเกิด Long COVID ได้ทั้งสิ้น
ปัจจุบันเชื่อว่ามีกลไกหลายกลไกที่เกิดขึ้นได้
1. การมีการติดเชื้อในร่างกายแฝงอยู่ในเซลล์ของอวัยวะต่างๆ (persistent infection)
2. การติดเชื้อทำให้เกิดกระบวนการอักเสบระยะยาวเรื้อรัง (chronic inflammatory process)
3. การติดเชื้อทำให้เกิดการทำงานอวัยวะ/ระบบต่างๆ ของร่างกายที่ผิดปกติไปจากเดิม (organ dysfunction from viral infection)
4. การติดเชื้อทำให้เกิดภูมิต่อต้านตนเอง (autoantibody)
5. การติดเชื้อทำให้เกิดการเสียสมดุลของเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะในทางเดินอาหาร และส่งผลต่อความผิดปกติของอวัยวะและระบบต่างๆ ตามมา (Dysbiosis)
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ยังระบุอีกว่า อาการ Long COVID หลังติดเชื้อโควิด 19 อาการมีดังนี้
- เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายแทบทุกระบบ ตั้งแต่สมอง/ระบบประสาท มีตั้งแต่ความจำเสื่อม คิดวิเคราะห์ลำบากหรือสมรรถนะถดถอยลงกว่าปกติ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ปัญหาการนอนหลับ และความผิดปกติทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า เครียดวิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงระบบอื่น ที่หนักหนาและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นคือ ปัญหาด้านหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่กล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อบุหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจขาดเลือด หัวใจหยุดเต้น รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง และการอุดตันของหลอดเลือดตามที่ต่างๆระบบหายใจมีปัญหา ทำให้เหนื่อยง่าย หอบเหนื่อย เพราะมีความผิดปกติของสมรรถนะของปอดและการแลกเปลี่ยนออกซิเจน
- ระบบต่อมไร้ท่อ จะเกิดความผิดปกติ ได้แก่ การเกิดโรคเบาหวานในคนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงคนที่เคยเป็นเบาหวานมาก่อนก็ประสบปัญหาคุมโรคได้ยากมากขึ้น และปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนเพศ
อาการทางระบบอื่นของร่างกาย ได้แก่
- อ่อนเพลียอ่อนล้าจนทำงานไม่ไหว
- ออกกำลังกายไม่ไหว
- ผมร่วง
- อาการปวดที่ต่างๆ ตามร่างกายทั้งกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
- อาการเกิดขึ้นได้ตั้งแต่หลายเดือนไปเป็นปี หรือเป็นแบบถาวร ขึ้นอยู่กับความผิดปกติที่เกิดขึ้น
- ยังไม่มีวิธีป้องกันหรือรักษาแบบเฉพาะเจาะจง นอกจากการป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ให้ติดเชื้อ
การป้องกันที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลคือ
- "ใส่หน้ากากเสมอ เว้นระยะห่างจากคนอื่น พบปะคนเท่าที่จำเป็น ใช้เวลาสั้นๆ เลี่ยงการกินดื่มหรือแชร์ของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น"
ที่มา: Thira Woratanara






