เปิดตัว "อธิบดีกรมวิชาการเกษตร" คนใหม่ แก้ปัญหาซีโร่โควิด จีน

18 มีนาคม 2565

“ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร" คนใหม่ แก้ปัญหาซีโร่โควิด จีน พลิกแผนฉุกเฉินสำรอง แผนผลไม้ ปี 2565 จากสวนสู่เส้นทางส่งออกจนสิ้นฤดูกาล

ระพีภัทร จันทร์ศรีวงศ์

 

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การส่งออกผลไม้ไปจีน ปี 2565 นั้น จากข้อเท็จจริง การระบาดโรคโควิดระลอกใหม่ในประเทศจีน และจีนได้มีคำสั่งปิดเมืองไปหลายสิบเมือง จำนวนคนที่ได้รับผลกระทบในประเทศจีนหลายสิบล้านคนแล้วในขณะนี้ และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง ระบบ Logistic ขนส่งสินค้าในประเทศจีนก็เริ่มกลับมีปัญหาอีกครั้ง จากคำสั่งปิดเมืองต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

 

“ผมเห็นว่า สถานะการณ์ระบาดโรคโควิด ระลอกใหม่ในจีนนี้ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าผลไม้สด โดยเฉพาะทุเรียน รวมถึง สินค้าอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญดังนั้น รัฐบาล/กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / กระทรวงพาณิช /กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ควรเร่งสร้างการรับรู้ให้พี่น้องเกษตรกร และผู้ประกอบการ ถึงสถานการณ์นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมต่างๆ รวมถึง การประชุมเจรจาระดับสูง และระดับเทคนิคในช่องทางต่างๆ และทางการทูต กับประเทศจีน เพื่อสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิด และการแก้ปัญหาทุกมิติทั้งระบบ ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาวและรีบจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงในการบริหารจัดการผลไม้ส่งออกปี 65 "

 

ทุเรียน

 

เช่น  1.เร่งหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึง ประเทศที่มีแนวชายแดนติดไทย

 

2. รณรงค์และวางแผนจำหน่ายและกระจายผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ให้ผู้บริโภคในประเทศได้รับประทานในราคาที่เหมาะสมเป็นธรรมโดยบูรณาการ ร่วมกับทุกหน่วยงาน เช่น กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์  อตก หน่วยทหาร ตำรวจ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย เป็นต้น

 

3. นำเทคโนโลยีการเก็บถนอมอาหาร/แปรรูป เช่น แช่เย็น แช่เข็ง เพื่อยืดอายุผลไม้ และสร้างมูลค่าเพิ่ม

 

4. เน้นเข้มการใช้มาตรการ GAP และ GMP Plus ของกรมวิชาการเกษตร และมาตรการของจังหวัด รวมถึง ใช้แนวทางที่ประเทศจีน WHO และ FAO แนะนำ เพื่อการป้องกันโรคโควิดในโรงคัดบรรจุภัณฑ์ และห่วงโซ่การผลิต การส่งออกและนำเข้า

 

มาตรการ GMP / GMP Plus

 

5. เพิ่มช่องทางการส่งออกทุเรียนไปจีน ทั้งทางอากาศ  ทางเรือ ให้มากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากทางบก เนื่องจาก เส้นทางหลักที่ผู้ประกอบการใช้ในการขนส่งผลไม้ไปจีนปัจจุบัน คือ เส้นทางบก ซึ่งต้องผ่าน ประเทศที่สาม คือ ลาว เวียดนาม โดยประเทศเหล่านี้เป็นผู้กําหนดคิวการปล่อยรถเข้าสู่จีน ดังนั้น รถของไทย จึงต้องต่อคิวเพื่อรอเข้าด่านร่วมกับรถของลาว หรือเวียดนาม

 

รวมทั้ง หากเกิดกรณีคนเวียดนาม ลาว หรือ จีน ในพื้นที่มีการติดเชื้อโควิด ด่านจะถูกปิดทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทําให้สินค้าผลไม้ของทุกประเทศได้รับผลกระทบและตกค้างหน้าด่าน   นอกจากนี้ ยังได้รับการรายงานจากทูตเกษตรไทย ประจำประเทศจีน ทั้ง 3 แห่ง ว่า ปัจจุบัน สถานะการณ์การระบาดโควิด ระลอกใหม่ในจีนเข้าขั้นวิกฤต สถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางเรือ หรือ เส้นทางการบินแทนเส้นทางข่นส่งทางบก ซึ่งเป็นการขนส่งตรงไม่ผ่านประเทศที่สาม

 

เปิดตัว "อธิบดีกรมวิชาการเกษตร" คนใหม่ แก้ปัญหาซีโร่โควิด จีน

 

อนึ่ง ไทยและจีนมีการประชุม JTC-SPS คณะกรรมการร่วมทางเทคนิค ด้านสุขอนามัยพืช สัตว์ ประมง ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และศุลกากรแห่งชาติจีน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการกําหนดวัน ประชุมระหว่างกันในโอกาสแรก จึงสามารถใช้ช่องทางดังกล่าวในการประชุมหารืออย่างเป็นทางการได้อีกช่องทาง อย่างไรก็ดีปลายเดือน มีนาคม กรมวิชาการเกษตรเชิญ จีนมาตรวจโรงคัดบรรจุ  "GMP Plus" เพื่อขอคำแนะนำ และสร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายจีน และผู้ประกอบการ