หลักชัยเมืองยางทุ่ม 600 ล้าน ผุดโซลาร์ลอยน้ำ 16 เมกะวัตต์ รองรับลงทุนอีอีซี

06 พ.ย. 2563 เวลา 11:16 น. 405

นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จับมือบ้านปูฯ ผุดโซลาร์ลอยน้ำ 16 เมกะวัตต์ รองรับลงทุนอีอีซี

นายหลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากเป้าหมายของบริษัทฯ ที่ต้องการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมยางปลายน้ำที่นำยางแปรรูปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น อุตสาหกรรมผลิตล้อยางรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นต้น และเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อให้เหล่าผู้ประกอบการ พนักงาน และชุมชนใกล้เคียงสามารถทำงาน และอาศัยอยู่ร่วมกันได้ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

 

ขณะเดียวกันมุ่งผลักดันให้นิคมฯ แห่งนี้ เป็นนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคที่มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ มาใช้ในกระบวนการผลิต และการลำเลียงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงในระยะเวลาการผลิตที่น้อยที่สุด ทำให้มีการใช้พลังงานอย่างมหาศาล

ดังนั้น จึงมองหาโอกาสในการนำพลังงานสะอาดมาใช้ภายในนิคมอย่างจริงจัง โดยได้พัฒนาและดำเนินการโครงการติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำในนิคมฯ หลักชัยเมืองยาง ซึ่งเป็นบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 4,293,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 600 ล้านบาท มีกำลังผลิต 16 เมกะวัตต์ โดยมอบหมายให้ บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน เพราะอยู่ในแวดวงธุรกิจพลังงานมายาวนาน และมีประสบการณ์ในการทำโซลาร์ฟาร์มในประเทศจีน และญี่ปุ่น มามากกว่า 5 ปี เปิดรับโจทย์และข้อจำกัดในการนำพื้นที่น้ำที่ว่างเปล่ามาสร้างมูลค่าเพิ่มและสามารถช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้อย่างยั่งยืน

 

หลักชัยเมืองยางทุ่ม 600 ล้าน ผุดโซลาร์ลอยน้ำ 16 เมกะวัตต์ รองรับลงทุนอีอีซี

โดยจะเริ่มติดตั้งระบบฯ ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า และตั้งเป้าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 เชื่อว่าหากโครงการโซลาร์ชนิดลอยน้ำแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน ซึ่งตลอดอายุสัญญา 20 ปี สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า 200 ล้านบาท ลดมลภาวะให้แก่โลก ที่สำคัญช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กร และนิคมฯ และผลักดันให้เราบรรลุเป้าหมายดังที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยทางไทรเบคก้าฯจะรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำเพื่อจำหน่ายให้กับโรงงานในนิคมฯหลักชัยเมืองยาง ซึ่งจะเป็นพลังงานสะอาด และทำให้ลูกค้ามีต้นทุนด้านไฟฟ้าที่ต่ำลง และตอบโจทย์การเป็นนิคมฯสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากปัจจุบันทางนิคมฯใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)

 

อีกทั้ง ยังมีแผนจะขยาย และพัฒนาพื้นที่เพิ่มอีก 3,000 ไร่ สำหรับอุตสาหกรรม S-CURVE ซึ่งเราเชื่อว่าโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด และการใช้เทคโนโลยีระดับสูง จะช่วยดึงดูดใจให้นักลงทุนทั้งจากในประเทศ และต่างชาติเข้ามาลงทุนในนิคมฯ รองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี

แท็กที่เกี่ยวข้อง