ลุยขุดลอก ร่องน้ำระยอง 3,600เมตร สันดอน ขวางเดินเรือ

23 ส.ค. 2563 เวลา 10:14 น. 273

"คมนาคม"  ลงพื้นที่ ตรวจ "ปากแม่น้ำระยอง"  หลัง " สมาคมประมงจังหวัด" ขอ "กรมเจ้าท่า" ขุดลอก "ร่องน้ำระยอง " 3,600เมตร ลดสันดอน กีดขวาง การเดินเรือ

 

 

 

 

 

วันที่ 23 สิงหาคม 2563 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางตรวจราชการจังหวัดระยอง บริเวณปากแม่น้ำระยอง และบริเวณเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดแสงจันทร์ โดยอธิบดีกรมเจ้าท่าได้มอบหมายให้นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยสมาคมประมงปากน้ำระยอง ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้รองอธิบดีกรมเจ้าท่าได้รายงานการดำเนินภารกิจการขุดลอก ซึ่งกรมเจ้าท่าได้รับการร้องขอจากสมาคมประมงจังหวัดระยอง ขอให้ขุดลอกร่องน้ำระยองและขุดลอกเพิ่มเติมที่คลองก้นปึก ซึ่งบริเวณปากคลองก้นปึกกับปากคลองชลประทาน มีสันดอน ลุยขุดลอก ร่องน้ำระยอง 3,600เมตร สันดอน ขวางเดินเรือ

กีดขวางทางเรือเดิน เป็นอุปสรรคกีดขวางทางน้ำที่ระบายออกมาจากคลองชลประทานออกสู่ทะเล ส่งผลกระทบกับพี่น้องชาวประมง ทำให้เรือไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า-ออกได้สะดวก เนื่องจากเป็นร่องน้ำเศรษฐกิจ มีตลาดค้าปลา และแพปลา และเรือประมงผ่านเข้า-ออก เป็นจำนวนมาก

 

 

 

 

รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าได้ทำการสำรวจการขุดลอกในบริเวณดังกล่าวแล้ว ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 จะขุดลอกร่องน้ำรวมระยะทางประมาณ 3,600 เมตร ซึ่งมีปริมาณเนื้อดินประมาณ 550,000 ลูกบาศก์เมตร โดยจะเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2565 ในวงเงิน 49.5 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้กรมเจ้าท่า เร่งช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง โดยให้ดำเนินการขุดลอกอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง เพื่อช่วยให้เรือสามารถเข้าออกร่องน้ำระยองได้ จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจงานซ่อมบำรุงเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายหาดแสงจันทร์ เนื่องจากเมื่อปี 2542 ได้ประสบปัญหาคลื่นกัดเซาะ ตั้งแต่ปากน้ำ ลุยขุดลอก ร่องน้ำระยอง 3,600เมตร สันดอน ขวางเดินเรือ

ระยองเลียบชายฝั่งถึงปากคลองตากวน รวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร กรมเจ้าท่าจึงได้ดำเนินการสร้างเขื่อนกันคลื่นจำนวน  80 ตัว

 

ปัจจุบันตัวเขื่อนมีการชำรุดเนื่องจากการใช้งานมาเกือบ 20 ปี ซึ่งขณะนี้ได้ทำการซ่อมแซมไปแล้ว 8ตัว และในอนาคตกรมเจ้าท่าจะขอรับการจัดสรรงบประมาณในการซ่อมแซมเขื่อนหินทิ้งป้องกันการกัดเซาะส่วนที่เหลือให้ครบถ้วนและมีแผนจะทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ในการปลูกต้นไม้บริเวณเขื่อนและชายหาดหลังเขื่อนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอีกด้วย