thansettakij
thansettakij
NPS ปรับทัพสู้โควิด -19

NPS ปรับทัพสู้โควิด -19

21 พ.ค. 63 | 06:47 น.

NPS บุกเต็มสูบ ขยับทัพจากธุรกิจเอทานอลเป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อส่งออกตลาดโลก และ ผลักดันธุรกิจสู่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมฯพร้อมเข้าประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน

 

สถานการณ์ของประเทศไทยแม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ทำให้ธุรกิจหลายส่วนหยุดชะงักและชะลอตัว อย่างไรก็ตามในวิกฤติยังมีโอกาส ล่าสุด บริษัท NPS บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) บริษัทในอุตสาหกรรมพลังงาน ที่มีธุรกิจครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ผลิตน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และธุรกิจผลิตเอทานอล ได้หันมาปรับกลยุทธ์เพื่อรุกหาช่องทางใหม่

 

นายชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการบริษัท NPS บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ทำให้ความต้องการแอลกอฮอล์ เพื่อทำผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น NPS จึงได้มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยต่อยอดธุรกิจผลิตเอทานอลมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ทั้งแอลกอฮอล์และเจลล้างมือ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

นอกจากนั้นแล้วแผนการลงทุนในระยะต่อไปของ NPS จะร่วมลงทุนกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) ในสัดส่วน 65% : 35% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ขนาด 560 MW ที่ใช้เงินลงทุนรวม 23,063 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้ว  โดยทั้งสองสัญญามีระยะเวลา 25 ปี คาดว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเริ่มก่อสร้างในปี 2025 และเปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2027
NPS ปรับทัพสู้โควิด -19

นายชายน้อย กล่าวเพิ่มเติมว่า NPS ยังมีแผนเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนทั้งแบบทั่วไปและแบบ Quick Win ในปี 2020 โดยคาดว่าจะเปิดรับซื้อโรงไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท รวม 700 เมกะวัตต์ 


ปัจจุบัน NPS มีกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำรวม 726 เมกะวัตต์ มีกำลังการผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม 160,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และกำลังการผลิตเอทานอล 500,000 ลิตรต่อวัน โดย NPS มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2019 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 15,506 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นถึง 22% และมีกำไรสุทธิที่ 1,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากปี 2018
 

 

ในปี 2020 แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19  บ้างเล็กน้อย แต่บริษัทมั่นใจว่าด้วยระบบการบริหารจัดการ และประสิทธิภาพในการผลิตของทั้ง 3 ธุรกิจหลักไม่ว่าจะเป็น การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ผลิตน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และธุรกิจผลิตเอทานอล โดยทั้งหมดได้รับการปรับปรุงและพัฒนาจนทำให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืนทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะยังคงรักษาระดับผลประกอบการที่ดีได้ต่อเนื่อง และจะมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการผ่อนชำระหนี้ตามแผนงานที่วางไว้ 

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์หลักของบริษัท ที่จะพิจารณาให้สินเชื่อระยะยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับภาวะความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นกู้ เนื่องจากความกังวลของนักลงทุน เกี่ยวกับผลกระทบจากไวรัสโควิด -19 ที่อาจมีต่อบริษัทผู้ประกอบการที่จะออกหุ้นกู้  ซึ่งบริษัทฯ คาดว่า ณ ปลายปี 2020 ยอดหนี้สินเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ และหุ้นกู้ของบริษัทจะลดลงจากปลายปี 2019 อีกประมาณ 1,300 ล้านบาท