
ทช.บูมเมืองชายโขง ตัด 3 ถนนผังเมือง ‘นครพนม’
กรมทางหลวงชนบท บูมชายโขงเขตเศรษฐกิจชายแดนนครพนมเชื่อม สปป.ลาว ตัด 4-6 เลน 3 เส้นทาง คาดเปิดใช้ทันปลายปีนี้ บรรเทาจราจรบนถนนสายหลัก เสริมท่องเที่ยว-เพื่อขีดความสามารถทางการค้า
“นครพนม” หนึ่งในจังหวัดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน มีพรมแดนเชื่อมโยง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศเพื่อนบ้าน มีเพียงแม่น้ำโขงคั่นกลาง ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ระบาด การค้าชายแดน การค้าข้ามแดน การเดินทางไปมาหาสู่กัน ค่อนข้างเงียบเหงา รอเพียงการระบาดยุติลง แต่การพัฒนาเส้นทางเพื่อรองรับความเจริญเติบโตของเมืองยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการขนส่ง การท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและสปป.ลาว บรรเทาการจราจรบนถนนสายหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางพื้นที่ในจังหวัดนครพนม และจังหวัดใกล้เคียง
อย่างถนนผังเมืองแขนงเล็กๆ 3 เส้นทาง ได้แก่ สาย ง สาย ค3 และ ค4 ถูกขีดแนวไว้ในผังเมืองรวมจังหวัด ผังชุมชน ซึ่งประเมินว่าหากก่อสร้าง จะสร้างความเจริญสร้างรายได้เข้าสู่พื้นที่ ปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปกว่า 29% คาดว่าปลายปีนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเปิดใช้เส้นทาง
“ฐานเศรษฐกิจ” ได้รับการยืนยันจาก นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ที่ระบุว่าจังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดแม่น้ำโขง มีเขตชายแดนเชื่อมต่อไปยังสปป. ลาว มีการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว รองรับการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคต และแก้ไขปัญหาการจราจรที่หนาแน่นในเขตเมือง ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทช.จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย ง, ค3 และ ค4 ผังเมืองรวมเมืองนครพนม ประกอบด้วย 1.ถนนสาย ง เป็นการก่อสร้างถนนใหม่ สายทางแยกจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บริเวณหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และไปบรรจบกับถนนเฟื่องนครและถนนนิตโย โดยก่อสร้างเป็นผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก บริเวณทางแยกมี 6 ช่องจราจร บริเวณช่วงอื่นๆ มี 4 ช่องจราจร ไป-กลับ มีไหล่ทาง ทางจักรยานบริเวณชุมชน พร้อมก่อสร้างสะพาน 1 แห่ง ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ระยะทางรวม 3.774 กิโลเมตร ถนนสาย ค3 และ ค4 เป็นการก่อสร้างสายทางแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 240 มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บริเวณ กม.5+864 และไปตัดกับถนนสาย ง ต่อเนื่องไปเชื่อมกับถนนเทศาประดิษฐ์ จุดสิ้นสุดโครงการไปบรรจบกับถนนชยางกูร (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212) ระยะทางรวม 2.134 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้ส่วนที่ 1 ก่อสร้างถนนใหม่ เป็นผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ มีเกาะกลาง ไหล่ทาง ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ระยะทาง 1.223 กิโลเมตรส่วนที่ 2 ก่อสร้างบนถนนเทศาประดิษฐ์ รูปแบบการก่อสร้างมีทั้งช่วงที่รื้อผิวจราจรเดิมแล้วก่อสร้างผิวจราจรใหม่ และช่วงที่ใช้ผิวจราจรเดิม ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ พร้อมปรับปรุงทางแยก ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ระยะทาง 0.911 กิโลเมตร
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,569 วันที่ 26-29 เมษายน พ.ศ. 2563






