
ไม่ประมาท สั่งสธ.รับมือ หากไวรัสรุนแรงขึ้น
สั่งสธ.พร้อมรับมือหากสถานการณ์ไวรัสรุนแรงขึ้น เร่งเครื่องผลิตหน้ากากอนามัยเต็มสูบ
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกับกระทรวงสาธารณสุขว่าหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นต้องเตรียมการรองรับในเรื่องโรงพยาบาลและสถานพยาบาลให้เพียงพอ อีกทั้งเตรียมพร้อมในด้านเครื่องมือด้านการแพทย์ และหน้ากากอนามัย โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการสำรวจและผลิต ย้ำว่าขณะนี้สถานการณ์ของไทยอยู่ในระดับที่ 2 และอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ รวมทั้งผู้ป่วยที่รักษาอยู่ก็มีอาการที่ดีขึ้น โดยผู้ติดเชื้อยังต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ทั้งนี้ปัจจุบันสถิติประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 7 โดยมีประเทศอื่นแซงไทยไปแล้ว
ด้าน นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภายหลังมีการใช้มาตรการกำกับดูแลหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุมก็สามารถควบคุมดูแลสต๊อกต่างๆ ได้และมีการจำกัดการส่งออกโดยหลังประกาศใช้มาตรการมีการขออนุญาตส่งออก 32 ล้านชิ้น ซึ่งเทียบกับตัวเลขส่งออกปี 61 ที่ตลอดทั้งปี 67 ล้านชิ้น โดยโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยมี 9 โรงงาน กำลังผลิตเดินเครื่องเต็มที่24 ชั่วโมง ผลิตได้ 35 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยเฉพาะช่วงนี้มีความต้องการสูงทำให้มีความต้องการซื้อมากขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ให้ผู้ผลิตส่งสินค้าเข้าสู้ระบบการจัดสรร ทำให้มีการบริหารจัดการกระจายให้กับโรงพยาบาลรัฐแล้วกว่า 3 ล้านชิ้น และกระจายร้านธงฟ้า900 แห่งทั่วประเทศแล้วกว่า 2 ล้านชิ้น
นอกจากนี้ได้ประสานร้านค้าปลีกที่มีสาขาทั่วประเทศอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นและบิ๊กซี ให้ช่วยวางจำหน่ายกระจายไปทั่วประเทศและกำลังเจรจากับกลุ่มค้าปลีกอื่นๆ โดยยังจำกัดไม่เกิน 4 ชิ้นต่อคนอย่างไรก็ตามในภาวะมีความต้องการสูงบางที่จึงอาจขาดแคลนบ้าง แต่เรามีจุดจำหน่ายขอประชาชนติดต่อสอบถามมาได้ทางนักงานของกระทรวงพาณิชย์ทุกแห่ง โดยเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้มากขึ้น
นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในส่วนของสำนักแพทย์และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้มีมาตรการเฝ้าระวังในทุกเคส และป้องกันในกรณีที่อาจจะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากขึ้น เช่น การเตรียมสถานที่รองรับคนป่วยที่เป็นผู้เฝ้าระวัง หากได้รับการประสานจากสธ. และอีกส่วนเรื่องของโรงพยาบาลสนาม ซึ่งขณะนี้กทม.ได้ดูไว้แล้วว่าจะให้อยู่ตรงไหน ขณะเดียวกัน กทม.กำลังผลิตหน้ากากอนามัยเอง โดยโรงเรียนฝึกอาชีพกทม. 8 แห่งที่มีสอนการตัดเย็บ ซึ่งจะมีประชาชนมาร่วมทำด้วย ขณะนี้เราผลิตได้วันละ 1,000 ชิ้น เป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้าสามารถซักได้
นอกจากนี้ เราจะไปสอนเจ้าหน้าที่และบุคคลากรในสำนักงานเขตต่างๆ ให้ทำใช้กันเอง รวมถึงยังทำการประชาสัมพันธ์เพื่อลดความตื่นตระหนกและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เช่น โปสเตอร์ คลิปวิดีโอการป้องกันตัวเอง คลิปสอนทำหน้าอนามัย ทำให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ และมีกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งในแหล่งชุมชนและพื้นที่ที่สาธารณะในรูปแบบจิตอาสาทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะบริเวณรถไฟฟ้าที่มีคนพลุกพล่าน






